PHP infoBoard v.5 PERFECT
phuketvegetarian.com
 
ศาสนาพุทธและลัทธิเต๋าเป็นหนึ่งเดียวกัน

[ สมาชิก : nate - 17/12/2008 - 08:42 ] User
หลวงปู่โต๊ะพบเจ้าแม่กวนอิม
 
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	image002.jpg
Views:	90
Size:	19.2 KB
ID:	187179 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	guanyin.jpg
Views:	113
Size:	85.6 KB
ID:	187180
 
ครั้งหนึ่งขณะที่หลวงปู่นั่งเจริญกรรมฐานอยู่ในโบสถ์ พลันก็เห็นเซียน 8 องค์เข้ามาพูดกับท่านว่า

"พระแม่กวนอิมมารับท่านเป็นสาวกและให้ท่านปฏิบัติแบบมหายาน คือไม่ฉันเนื้อวัว เนื้อควาย และให้ฉันเจทุกเทศกาลกินเจ"

หลวงปู่ก็ไม่ยอม เถียงไปว่า.........

"พระแม่เป็นคนจีน หลวงปู่เป็นคนไทยและนับถือพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ไม่ตกลงด้วย"

นับแต่นั้นมาเซียน 8 องค์ก็มาเฝ้าอ้อนวอนให้หลวงปู่เปลี่ยนใจ

จนกระทั่งวันหนึ่งเซียนทั้ง 8 องค์ก็มาหาอีกและบอกว่า

"วันนี้พระแม่กวนอิมเสด็จมาด้วยพระองค์เอง พักรออยู่ข้างนอก"

หลวงปู่ไม่สนใจได้แต่หลับตาเสีย เซียนองค์หนึ่งจึงไปเชิญเสด็จพระแม่กวนอิมเข้ามาในโบสถ์ และบอกให้หลวงปู่ลืมตาขึ้น หลวงปู่ลืมตาเห็นพระรัศมีสว่างไสวและพระลักษณ์สวยงามมาก พระแม่เจ้าให้หลวงปู่เข้าเป็นสาวกทางพุทธศาสนามหายาน และประทานเสื้อกางเกงชุดพระจีนให้ใส่แทน หลวงปู่เผลอรับเสื้อกางเกงมาสวมใส่ พอกางเกงสวมมาถึงเข่า ก็รู้สึกตัวได้สติ รีบดึงกางเกงออกทิ้งไป พระแม่กลับบอกว่า

"ท่านเป็นสาวกของพระแม่แล้ว ต่อไปนี้ท่านจะต้องฉันเจทุกปี

ตามเทศกาลเจของชาวจีน"

แล้วพระแม่กวนอิมและเซียนทั้ง 8 องค์ ก็หายวับไปกับตา

พอถึงเทศกาลเจครั้งแรก หลวงปู่ไม่ยอมฉันเจ หลวงปู่ก็อาพาธหนัก พอหมดเทศกาลเจก็หาย ในปีต่อ ๆ มา ก็เป็นเช่นนี้อีก หลวงปู่ทดสอบอยู่หลายปี จนต้องหันมาฉันเจในเทศกาลเจ อาการอาพาธต่าง ๆ ก็หายสิ้น ท่านจึงฉันเจตามเทศกาลแต่นั้นมา

ทุกปีของเทศกาลเจ หลวงปู่จะแต่งชุดพระจีนในเวลากลางคืน และเมื่อหลวงปู่นั่งสมาธิ พระแม่เจ้าก็ได้พาหลวงปู่ไปเที่ยวดินแดนสุขาวดีพุทธเกษตร พร้อมทั้งสอนวิชชาให้ จึงเป็นสาเหตุว่าชาวจีนทำไมจึงขึ้นกับหลวงปู่โต๊ะมากเป็นพิเศษ และหนึ่งในชาวจีนที่นับถือหลวงปู่โต๊ะมากคือ คุณพ่อของข้าพเจ้าเอง คุณพ่อและคณะศรัทธาธรรมได้ร่วมกันสร้างรูปหล่อพระแม่เจ้าร่วมกับหลวงปู่โต๊ะที่ หน้าถ้ำสิงโตทอง จังหวัดราชบุรี เป็นพระรูปกะไหล่ทองให้ศิษย์ที่นับถือพระแม่กวนอิมสักการะบูชา

ครั้นหลังเมื่อหลวงปู่กลับจากการเยือนพุทธคยาที่ประเทศอินเดีย หลวงปู่ก็เริ่มฉันภัตตาหารมังสวิรัติ คือ การเว้นเนื้อสัตว์และมันสัตว์ทั้งปวงโดยเด็ดขาดอย่างจริงจัง ตราบถึงกาลมรณภาพ

เรื่องราวของหลวงปู่โต๊ะเป็นการแสดงถึง ความสมานสามัคคีของผู้มุ่งหวังสร้างบารมี ไม่ว่าพุทธนิกายใด หรือศาสนาใดย่อมอนุเคราะห์ค้ำจุนกันได้เสมอ ทั้งนี้เพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขให้เกิดขึ้น มีขึ้น แก่ผู้ศรัทธาที่เคารพบูชาเสมอ

และเมื่อหลวงปู่เบิกเนตรองค์พระแม่หยกเขียวนั้นให้แล้วคุณพ่อนำไปวางกับโต๊ะหมู่บูชาที่บ้านในคืนนั้นครั้นเช้าตรู่รุ่งอรุณ ทุกคนต่างตกใจที่ได้ยินแสงระฆังแก้วดังกังวานไปทั่วบ้าน ต่างวิ่งตรูกันออกมาจากห้องนอนมาดูจึงทราบว่าทั่วทั้งโต๊ะบูชามีแสงสว่างไสว เสียงระฆังเพราะมากทุกคนเลยลงไปกราบและว่า "ศักดิ์สิทธิ์ ๆ " และคุณแม่ยังได้รับโชคลาภจากเลขของพระแม่เจ้าในงวดนั้นเอง

ครอบครัวข้าพเจ้าเคารพนับถือพระแม่กวนอิมมาแต่บรรพบุรุษ โดยเฉพาะคุณย่าผู้ปฏิบัติธรรม และคุณแม่จะสวดมนต์จีนก่อนนอน ข้าพเจ้าจึงจำบทสวดมนต์ของพระแม่ได้ตั้งแต่เด็ก ๆ และในชีวิตก็สวดเป็นแค่บทเดียวคือ กวนอิมแกมึ้งเผ่งอังเกง คุณแม่จึงให้พระแม่กวนอิมแก่ข้าพเจ้าองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นของคุณย่า ข้าพเจ้าดีใจมากเอากลับบ้านพักที่ต่างจังหวัดบูชา และข้าพเจ้าก็เริ่มสวดมนต์กวนอิมแกมึ้งเผ่งอังเกงก่อนนอน พร้อมทั้งอธิษฐานขอบุตรสาวมาเกิดสักคน อยากได้ลูกสาวมาก จำคำพูดคุณย่าได้ว่า......

"ให้บูชาพระแม่ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสปรารถนาสิ่งใดจงอธิษฐานเอา จะสมปรารถนา"

ข้าพเจ้าสวดมนต์ขอบุตรอยู่ 1 ปี และฝันเห็นแต่เพชรเม็ดงามส่องรัศมีสดใสสว่างไปทั่ว แล้วข้าพเจ้าก็ได้บุตรสาวมาเกิดเป็นเด็กอ้วนท้วมสมบูรณ์ น่ารักและเลี้ยงง่าย ไม่เคยป่วยไข้และมีแววเป็นยอดคนแต่เยาว์วัย

กราบสักการะบูชาในพระมหาเมตตากรุณาแห่งองค์พระแม่กวนอิมที่ประทานบุตรน้อยมาเกิดสมใจ

อานิสงส์ ๑๐ ข้อ ของการไม่กินเนื้อสัตว์
 
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อานิสงส์ขั้นต้นของการไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์และไม่เบียดเบียนสัตว์คือจะทำให้ชีวิตของเราไม่ต้องตายด้วย ปืนผาหน้าไม้ คมหอกคมดาบ ไม่ตายด้วยเหตุกาณ์อันน่าสยดสยอง หรือภัยพิบัติ ต่างๆ ทั้งยังสามารถตัดกรรมในเรื่องการฆ่าและยุติการจองเวรกับสรรพสัตว์ ทั้งหลายอีกด้วย

องค์สมเด็จพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระผู้เปี่ยมล้นด้วย พระเมตตาอันมิอาจประมาณได้ทรงรักใคร่สรรพสัตว์ทั้งหลายประดุจลูกในอุทร ของ พระองค์เองเมื่อได้บรรลุอนุตตรสัมโพธิญาณสูงสุดแล้ว ก็ยังทรงมีพระทัย ห่วงใยปรารถนาให้เวไนยสัตว์ทั้งหลาย ได้หลุดพ้นออกจากบ่วงกรรม และระงับดับ การจองเวรซึ่งกันและกัน

ในบรรดาบาปกรรมทั้งหลายที่คนหลงผิดกระทำไปการเบียดเบียนฆ่า ทำลาย ชีวิตผู้อื่นถือเป็นบาปกรรมที่ร้ายแรงที่สุดแม้ว่าจะกระทำลงไปโดยไม่เจตนา ก็ยังต้องไปรับโทษ นับประสาอะไรกับการจงใจเจตนาฆ่าเขาให้ตายโทษทัณฑ์ นั้นจะยิ่งใหญ่หลวงและไม่อาจให้อภัยได้

ด้วยเหตุที่พระพุทธองค์ทรงมีพระประสงค์ให้เราทุกคนละเว้นจากการ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และเลิกเบียดเบียนผู้อื่นโดยเด็ดขาด พระองค์จึงทรงบัญญัติศีลข้อ

“ปาณาติบาต” คือห้ามการฆ่าเป็นข้อที่สำคัญอันดับหนึ่ง
ขอให้เราจงมาร่วมกันศึกษาพิจารณาพระพุทธวจนะว่าด้วยเรื่อง“อานิสงส์ ๑๐ ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์” เพื่อจักได้นำไปเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติและบำเพ็ญธรรมให้สูงขึ้นไป

ในพระสูตรของพระพุทธศาสนามหายานเล่าว่า
“สมัยหนึ่ง... องค์สมเด็จพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จไปเทศนาโปรดบรรดาเหล่าพญานาคทั้งหลาย พระพุทธองค์ได้ทรงตรัส ธรรมกถาวิสัชนาแสดงแก่พญานาคราชความว่า

“บุคคลใดหยุดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และงดเว้นเสียจากการ เสพเลือดเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังชี้นำส่งเสริมให้หมู่ชนทั้งหลายหยุดฆ่า หยุดเสพชีวิตเลือดเนื้อผู้อื่น”

บุคคลผู้นั้นย่อม***งไกลจากอกุศลมูลทั้งปวง และบริบูรณ์พร้อม ด้วยอานิสงส์ทั้ง ๑๐ ประการอันได้แก่:

.เป็นที่รักใคร่ของบรรดาเทพพรมตลอดจนมนุษย์ และสัตว์ทั้งหลาย
.จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
.สามารถตัดขาดความอาฆาตดับอารมณ์***มโหดเครียดแค้นในใจลงได้
.ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
.มีอายุมั่นขวัญยืน
.ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากวัชรเทพทั้งแปด
.ยามหลับนิมิตรเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นศิริมงคล
.ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
.สามารถดำรงอยู่ในกระแสแห่งนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสู่อบายภูมิ
๑๐.ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตญาณจะมู่งสู่คติภพ




[ nate - 17/12/2008 - 08:43 ] User

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=84459




 
  Member ผู้โพส : nate
สถานะ : สมาชิก

Reply : [ nate ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
17/12/2008 - 08:42

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : kt - 17/12/2008 - 14:39 ] User

จากข้อความด้านบน ยังไม่สื่อให้เห็นว่า เกี่ยวกับเต๋าตรงไหน

หวังอย่างยิ่งว่า เจ้าของกระทู้ คงไม่คิดว่า พระกวนอิม เป็นสาวกในลัทธิเต๋านะครับ




 
  No Image หัวข้อ : 1212-1 (No. 1)
ผู้โพส : kt สถานะ : สมาชิก

Reply Number 1 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 1
17/12/2008 - 14:39

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : kandahar - 17/12/2008 - 19:30 ] User

ผมอ่านประเด็นข้างต้น

จับใจความหลักซึ่งท่านผู้เป็นเจ้าของบทความได้เขียนไว้

เห็นว่า ท่านผู้เขียนบทความดังกล่าวต้องการสื่อว่า พระพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นนิกายใด

เถรวาทหรือมหายาน ล้วนมีความเกี่ยวเนื่องกันและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีความแตกแยกกันไป

จะเป็นพระเถระในนิกายใด หากมีโพธิจิตแล้วย่อมดำเนินไปได้บนมรรคาเดียวกัน

โพธิจิตฝ่ายเถรวาทมุ่งการบรรลุความจริงของอริยสัจจ์

โพธิจิตฝ่ายมหายานมุ่งการรื้อขนสรรพสัตว์จากทะเลทุกข์ และการไม่เบียดเบียน

หาได้มีประเด็นใดกล่าวว่า พระพุทธศาสนาเป็นเป็นหนึ่งเดียวกัยลัทธิเต๋าไม่

พระพุทธศาสนาก็คือพระพุทธศาสนา

เต๋าก็คือเต๋า

ไม่ได้รวมกันไปจนแยกแยะแก่นสารคำสอนจากกันไม่ได้

การตีความว่า ศาสนาพุทธและลัทธิเต๋าเป็นหนึ่งเดียวกัน จึงไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด

ถ้าหากเป็นดังนั้น อารามไป๋อวิ๋นกวน ย่อมตั้งพระศากยมุนีพุทธเจ้าไว้รวมกับไตรวิสุทธิ์เทพจารย์ได้

หรือวัดในพระพุทธศาสนาก็ย่อมตั้งไตรวิสุทธิ์เทพาจารย์แทนพระพุทธรูปได้

เราอาจเอานักพรตเต๋ามาเจริญพระพุทธมนต์แทนพระสงฆ์

หรือให้พระสงฆ์ใส่เสื้อนักพรต สวมหมวกนักพรตเต๋ามาทำพิธีทางเต๋าได้

เราอาจไม่มีความจำเป็นต้องศึกษาพระไตรปิฏก เพราะเต๋าเต็กเกงใช้แทนกันได้

ในขณะเดียวกัน ทางเต๋าไม่ต้องอ่านเต๋าเต็กเกง  เอาพระไตรปิฏกไปอ่านก็ได้

ถ้าหากอาศัยวิธีการคิดหรือตรรกะเดียวกันกับท่านเจ้าของกระทู้

ผมว่า ท่านเจ้าของกระทู้ควรแยกแยะให้ออกว่า อะไรคือพระพุทธศาสนา อะไรคือเต๋า

ไม่ใช่จับความแค่ว่า แปดเซียนหรือโป๊ยเซียนมาบอกหลวงปู่โต๊ะว่า พระอวโลกิเตศวรมาสอนธรรม

แล้วเหมาเอาเลยว่า พุทธกับเต๋าเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะรับรู้เพียงแค่คำว่า

"โป๊ยเซียน"  ในบทความ




 
  No Image หัวข้อ : 1212-1 (No. 2)
ผู้โพส : kandahar สถานะ : สมาชิก

Reply Number 2 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 2
17/12/2008 - 19:30

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : บูเช็กเทียน - 17/12/2008 - 06:02 ] User

เข้าใจผิดกันใหญ่แล้วคร๊าบ ผมว่าคุณ nate เขาไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อยนะเราคิดว่า พุทธเต๋ารวมเป็นหนึ่ง นั้นหมายความว่าประเพณีต่างหากหล่ะ ที่เพราะว่าที่ประเทศจีนสมัยก่อนนับถือเต๋าก่อน แล้วจึงมีพุทธ ประเพณีต่างๆที่ทำกันล้วนแล้ว เป็นแบบ เต๋า ต่อมา จึงมีพุทธเข้ามาจึง มี พิธีผสมผสานมาเช่น พิธีศพเป็นต้นไหว้เจ้า อะไรแบบนี้อ่ะน่ะ ก้อเหมือนของไทยเราไง ที่มีทั้งพรามหม์ กับพุทธ ร่วมกันไงไม่ว่ามีพิธี พราหม์ ก้อต้องมี พระสงตทุกครั้งไป เสมอ ก้อต้องทำความเข้าใจกันนิดนึง ไม่มีใครผิด ใครถูกหรอก อยู่ที่ความเข้าใจของคนๆ นั้นต่างหาก ว่าเข้าใจอย่างไร คิดอย่างไร ฉะนั้นแล้ว จึงควรศีกษาร่วมกันจาดี กว่าน่ะ ว่าความเป็นมาอย่างไร หรือเริ่มเมื่อไหร่ ยังดีกว่ามานั่งเถียงกัน รักกันไว้คนไทยทั้งนั้น สาธุ อามิตตาพุทธ

 

 

 







[ nate - 18/12/2008 - 11:53 ] User

ผมก็แยะแยะออกนะ ว่าไหนพุทธ ไหนเต๋า  แต่ที่เอามาลงเนี่ย เพราะผมคิดว่าในสังคมปัจจุบันอยากให้คนไทยมาช่วยกันทำความดีมากกขึ้น อยากให้มาทานผักมากกว่า อย่าเข่นฆ่ากันเลย มันไม่ดีหรอก มีแต่บาป และไมได้ตั้งใจไปที่คำว่า " แปดเซียน " เลยนะครับ  และผมก็คิดๆไปหลายๆอย่างว่า ทำไม การสักยันต์ต้องไปสู่พระสงฆ์ พุทธศาสนาด้วย แต่ผมก็ไมได้คิดที่จะต่อต้านแต่อย่างไร แค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง

ไม่ได้คิดว่าอยากที่จะรวมไว้เป็นหนึ่งเดียว อย่างที่ผมได้ขึ้นกระทู้ พุทธศาสนากับลัทธิเต๋า  เป็นหนึ่งเดียวกัน 

และที่คุณบูเช็กเทียน กล่าวมา ถูกครับ เข้าใจผม เจ้าแม่กวนอิมในอดีตชาติก่อนจะเป็นพุทธศาสนาก็เป็นเต๋ามาก่อน ตามป้างที่เกิด (ไม่แน่ใจ) หรือเปล่า จำไม่ค่อยได้ ...........

ตามจริงผมไมได้อยากขึ้นกระทุ้ว่า พุทธศาสนากับลัทธิเต๋า  เป็นหนึ่งเดียวกันนะครับ  แต่ผมนึกไม่ออก ว่าขึ้นคำว่าอะไรดี

++ อย่าคิดมากนะครับ  ผมแยะแยะออก




[ wuti7952 - 28/11/2012 - 20:39 ] User
ผมขอช่วยตั้งหัวเรื่องละกันครับ

พุทธเต๋าที่มาเดียวกัน

ผมขอเพิ่มเติมครับ ถ้าเราศึกษาและทำความเข้าใจให้ดีๆและถ่องแท้(อย่าไปเน้นที่ตัวอักษรหรือประวัติศาสตร์) หลักของพุทธและเต๋า มีจุดหมายที่เดียวกัน แต่ต่างแค่วิธีรูปแบบการสอน รู้สึกคุณ บูเช็คเทียนเคยยกไว้ในหระทู้นึงที่ว่า คำว่า ฝอ(จีนกลาง) ไปอยู่อีกที่เรียก ฮุก(แต้จิ๋ว) อีกที่เรียก ฮุด(ฮกเกี้ยน) อีกที่เรียก ฝัด(กวางตุ้ง) แต่ท้ายที่สุด ก็ตัวหนังสือเดียวกัน แค่ต่างที่ต่างการอ่าน ของทุกอย่างถูกสร้างมาให้เข้ากับยุค สมัย สถานะการณ์ ณ ขณะนั้น เหมือคำสอนที่ว่า เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามครับ เราไปสอนโจรในคราบนักบุญ หรือไปสอนคนที่ทึ่มๆเซ่อ ด้วยถ้อยคำอันเต็มไปด้วยความรู้ย่อมไม่ได้ครับ ผมขอยกโศลกมาบทหนึ่งนะครับ

"ที่มาของแหล่งน้ำคือต้นน้ำ ปลายทางของน้ำคือมหาสมุทร แต่ทั้งหมดต่างก็คือน้ำทั้งต้นทางและปลายทาง น้ำไม่ว่าไหลไปที่ใดก็คือน้ำครับ แม้แยกไปก็ยังคงเป็นน้ำ"

ลองทำความเข้าใจ ความเข้าใจที่ถ่องแท้ แม้มาจาก1ประโยค เวลาเข้าใจมันก็ทะลุแทงตลอด เหมือนกับที่พระอรหันต์ หรือ เทพ เซียนหลายๆองค์ ที่ฟัง อ่าน ขบคิด ปริศนาธรรมโศลกสั้นๆแล้วเข้าใจแทงตลอด บรรลุเป็นเซียน หรือ บรรลุธรรมแ้ล้วแต่จะใช้คำครับ

ถ้าถามตามเนื้อความ คงต้องตอบว่าคนละศาสนา แต่ถ้าตอบทางจิตวิญญาณหรือความเข้าใจในทางธรรมนั้น ก็คงต้องตอบว่า คนละศาสนา แต่ที่มาเดียวกัน

ลองขบคิดดูครับ

ขอบคุณครับ


 
  Member หัวข้อ : 1212-1 (No. 3)
ผู้โพส : บูเช็กเทียน สถานะ : สมาชิก

Reply Number 3 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 3
17/12/2008 - 06:02

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 1212-1 | ตอบ : 3 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


WYSIWYG form OTHER form     phuketvegetarian.com  
  แสดงความคิดเห็น ศาสนาพุทธและลัทธิเต๋าเป็นหนึ่งเดียวกัน  
      Cut Copy Paste Bold Italic Underline Left Justify Centre Justify Right Justify Unordered List Outdent Indent Add Hyperlink
PHP infoBoard v.5 PERFECT

 
Thailand Hotels | Phuket Hotels | Bangkok Hotels
2005 - 2006 Phuket Vegetarian Festival, Phuket Thailand
Contact : Tel:+ 66 1 569 9076
Power by Phuketport.com Team