![]() |
|
| PHP infoBoard v.5 PERFECT |
| ||||||
พระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตว์ VS พระสังกัจจายน์
[ สมาชิก : HY-P - 19/07/2012 - 19:32 ] ![]() ความเหมือนที่ทำให้หลายท่านเข้าใจผิด ทั้งสองรูปนี้มีอะไรต่างกันบ้าง [ HY-P - 19/07/2012 - 19:33 ] ![]() . [ HY-P - 19/07/2012 - 19:46 ] ![]() รูปบนคือ พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ หรือ พระเมตไตรยโพธิสัตว์ รูปล่างคือ พระสังกัจจายน์ หรือ พระมหากัจจายนะเถระ สิ่งที่ต่างกันคือ - พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ พระเศียร(หัว) ไม่มีพระเกศา(ผม) ครองจีวรเปิดด้านหน้า (เห็นพุง) มือข้างหนึ่งถือถุงย่าม ข้างหนึ่งถือลูกประคำ - พระสังกัจจายน์ พระเศียรมีพระเกศาขมวดเป็นก้นหอย ห่มจีวรเฉียง มีสังฆาฏิพาดไหล่แบบเดียวกับพระในนิกายเถรวาท (ไม่เปิดเห็นพุง) | ||||||
|
|
ผู้โพส : HY-P สถานะ : สมาชิก
|
19/07/2012 - 19:32
|
||||
[ สมาชิก : HY-P - 19/07/2012 - 19:52 ] ![]() พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ท่านคือพระโพธิสัตว์ ได้รับความเคารพนับถือมากในพุทธศาสนานิกายมหายาน (ที่คนจีนนับถือ) พระสังกัจจายน์ หรือพระมหากัจจายนะเถระ ท่านคือพระอรหันต์ ได้รับความเคารพนับถือมากในพุทธศาสนานิกายเถรวาทหรือหินยาน (ที่คนไทยนับถือ) |
||||||
|
|
หัวข้อ : 2315-1 (No. 1) ผู้โพส : HY-P สถานะ : สมาชิก
|
19/07/2012 - 19:52
|
||||
[ สมาชิก : HY-P - 19/07/2012 - 20:20 ] ![]() ประวัติพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์เป็นพระโพธิสัตว์ผู้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๕ และองค์สุดท้ายแห่งภัทรกัปนี้ ตามพุทธพยากรณ์ หลังจากที่ศาสนาของพระศากยมุนีพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน)สิ้นสุดไป ซึ่งมีอายุ 5,000 ปี ขณะนี้ล่วงมาแล้ว 2,555 ปี ซึ่งแต่เดิมนั้น พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ทรงแต่งกายแบบมหาบุรุษ เช่นเดียวกับพระโพธิสัตว์พระองค์อื่น ๆ แต่มีประวัติว่า มีพระภิกษุรูปร่างอ้วนท้วนอยู่รูปปหนึ่ง ชอบถือถุงย่ามใบใหญ่ติดตัวเสมอ ใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานตลอดเวลา และชอบพูดปริศนาธรรมในนิกายเซ็นอยู่เสมอ ชื่อว่า ชี่ฉื่อ หรือ เชียง เทง จื้อ ซึ่งสาธุชนเรียกขานท่านว่า หลวงพ่อย่ามใหญ่ ได้ดับขันธ์ลงโดยการนั่งสมาธิ ดังนั้น เมื่อท่านละสังขารไปแล้ว บรรดาพุทธศาสนิกชนจึงสันนิษฐานว่า ท่านคือพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ อวตารกายมาโปรดสัตว์ยังโลกมนุษย์ จากนั้นเป็นต้นมาจึงนิยมสร้างรูปเคารพของท่านแทนลักษณะ แห่งความสุขความเจริญ และโชคลาภ ในปัจจุบันมีการนำความเชื่อเรื่องนี้ไปทำการบิดเบือนคำสอนทางพุทธศาสนาด้วย โดยการแอบอ้างคำทำนายของพระพุทธองค์ไปก่อตั้งลัทธิของตน และแอบอ้างว่าพุทธเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิเขา พระพุทธเจ้าได้รับการถ่ายทอดธรรมจากพระเจ้าของลัทธินี้ ไม่ได้ตรัสรู้เอง ทุกๆคนจะต้องได้รับธรรมจากลัทธินี้ก่อนจึงจะขึ้นสวรรค์ได้ ต้องกินเจ (แต่เจเขากินไข่ได้นะ-แปลก) โดยเป็นลัทธิความเชื่อที่รวมเอาคำสอนของหลายศาสนาเข้าไว้ด้วยกันทั้งพุทธ เต๋า ขงจื้อ รวมทั้งคริสต์ อิสลามด้วย มีการอ้างว่าพระเจ้าของสองศาสนา(คริสต์และอิสลาม)ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับการถ่ายทอดธรรมจากเขาทั้งสิ้น จึงอยากจะเตือนผู้ที่ไม่รู้อย่าได้หลงเชื่อ ลัทธิแอบอ้างเหล่านี้ ผู้ที่รู้ความจริงก็มีอยู่มากที่ได้ช่วยกันเตือน (ขออภัยที่เขียนนอกเรื่อง) |
||||||
|
|
หัวข้อ : 2315-1 (No. 2) ผู้โพส : HY-P สถานะ : สมาชิก
|
19/07/2012 - 20:20
|
||||
[ สมาชิก : HY-P - 19/07/2012 - 20:33 ] ![]() ประวัติพระสังกัจจายน์ พระมหากัจจายนเถระ เป็นชาวแคว้นอวันตี เกิดในวรรณะพราหมณ์ ตระกูล "กัจจายนะ" บิดาเป็นปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชต ท่านมีชื่อ "กาญจนะ" หรือ "กัญจนะ" เพราะเกิดมามีผิวพรรณงามดุจทองคำ พระเจ้าจัณฑปัชโชต ได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกแล้ว ทรงมอบหมายให้ปุโรหิตกัจจายนะ ไปทูลเสด็จพระพุทธเจ้าให้มาโปรดชาวแคว้นอวันตี ท่านจึงเห็นเป็นโอกาสจึงขอพระราชานุญาตออกบวชในพระพุทธศาสนาด้วย พระภิกษุที่มีองค์งามเสมอด้วยพระพุทธเจ้า ไม่มีใครเสมอเหมือน พระมหากัจจายนเถระ เวลาที่ท่านไป ณ ที่ใด มักจะมีผู้เข้าใจผิดอยู่บ่อย ๆ ว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมา เหตุที่ทำให้กลายเป็นพระอ้วนก็เนื่องมาจากชายผู้หนึ่งที่หลงในรูปท่านจนอยากมีภรรยางามเช่นนี้ ท่านจึงอธิษฐานขอให้ ตัวเองกลายรูปเป็นพระที่มีรูปร่างอ้วนแทนที่จะงดงามเช่นเดิม แต่บางตำนานก็ว่าท่านรูปงามเสียจนเทวดาและมนุษย์ยกย่องท่านว่างามทัดเทียมพระพุทธเจ้า พระมหากัจจายนะเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงเนรมิตรูปกายท่านออกมาแบบนี้แทน ส่วนที่มาของชื่อ "สังกัจจายน์" นั้น สันนิษฐานว่าเป็นชื่อที่มาเรียกกันภายหลังในสมัยรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการขุดพื้น เพื่อฝังรากอุโบสถแห่งหนึ่งในวัดแถบธนบุรี ปรากฏว่าพบประติมากรรมพระมหากัจจายนะกับหอยสังข์ในบริเวณดั งกล่าว ต่อมาภายหลังวัดแห่งนั้นจึงได้ ชื่อว่า "วัดสังข์กระจาย" เพราะฉะนั้นชื่อ "สังกัจจายน์" น่าจะเป็นการกร่อนเสียงมาจากชื่อวัดเดิม ทีแรกคงเรียกันว่า "พระวัดสังข์กระจาย" นานเข้าก็นำชื่อท่านคือ "กัจจายนะ" มาเรียกรวมกัน เลยกลายเป็น "พระสังกัจจายน์" ไปในที่สุด |
||||||
|
|
หัวข้อ : 2315-1 (No. 3) ผู้โพส : HY-P สถานะ : สมาชิก
|
19/07/2012 - 20:33
|
||||
[ สมาชิก : HY-P - 19/07/2012 - 20:50 ] ![]() ผมหวังว่ากระทู้นี้คงช่วยให้ผู้ที่ไปเที่ยววัดจีนได้ทราบและไม่เรียกชื่อพระผิดนะครับ และผู้ที่ทราบอยู่แล้วได้ช่วยกันให้ความรู้กับผู้ที่ยังอาจเข้าใจผิด ได้เกิดความกระจ่างขึ้นมา ส่วนเรื่องที่เขียนแทรกมานั้นก็อยากจะช่วยเตือนด้วยความหวังดีนะครับ (ขอไม่พูดถึงชื่อลัทธินี้) เพราะมีผู้ที่หลงเชื่อไปก็เยอะเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่มีความรู้ทางศาสนา ถูกชักจูงได้ง่าย เราเป็นชาวพุทธถึงแม้จะนับถือเทพเจ้าทางเต๋าเฉกเช่นเดียวกันกับชาวจีนทั่วไป แต่ชาวพุทธอย่างเราก็ควรที่จะปกป้องพระศาสนา ไม่ควรให้พวกนอกรีตมาดูถูกเหยียดหยาม เพราะพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้เองโดยชอบ ไม่ได้ได้รับการถ่ายทอดจากใคร หากพวกเราชาวพุทธไม่ปกป้อง แล้วใครเล่าจะมาปกป้อง... |
||||||
|
|
หัวข้อ : 2315-1 (No. 4) ผู้โพส : HY-P สถานะ : สมาชิก
|
19/07/2012 - 20:50
|
||||
| หัวข้อ : 2315-1 | ตอบ : 4 | เลขหน้า : 1 ถึง 1 |
|
|||||||||||||||