PHP infoBoard v.5 PERFECT
phuketvegetarian.com
 
ฮวดจูก้ง

[ สมาชิก : jay - 28/11/2006 - 11:51 ] User

ฮวบจู่กง 法主公 เป็นอีกองค์พระที่ชาวฮกเกี้ยนให้ความเคารพนับถือ อีกทั้งในคราวที่ไปเที่ยวศาลเจ้าในภูเก็ตเห็นว่าหลายๆ ศาลเจ้าหรือเกือบจะทุกศาลเจ้ามักปรากฏกิมซิ้นขององค์ฮวบจู่กงประดิษฐานอยู่ทุกศาลเจ้า ดังนั้น เพื่อให้การรวบรวมภาพกิมซิ้นของฮวบจู่กงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและง่ายต่อการสืบค้น จึงขออนุญาตเปิดหัวข้อ "รวมกิมซิ้นฮวบจู่กง" เพื่อให้สหายได้ร่วมกันส่งภาพเพื่อรวบรวมเป็นแหล่งค้นหาและศึกษาร่วมกันต่อไป

ขอบคุณครับ







[ ATTA - 28/11/2006 - 14:45 ] User

ฮวบจู่กง (法主公).   

ฮวบจูกงเป็นเทพในตำนานท้องถิ่นฮกเกี้ยน เมืองหย่งชุน ในตำนานมีสามคนพี่น้อง ต่างคนละแซ่ มีแซ่เตียว แซ่เซียว และแซ่อั้ง ช่วยเหลือประชาชนให้รอดพ้นจากปีศาจงูซึ่งบันดาลให้เกิดข้าวยากหมากแพง ซึ่งต้องบนบานทุกปี ปีศาจงูอาศัยอยู่ในถ้ำ ทั้งสามได้อุทิศตน ใช้วิทยายุทธ์ช่วยเหลือกำจัดปีศาจงู ระหว่างที่รบรากับเจ้าปีศาจงูในถ้ำ ผู้แซ่เตียวโดนปีศาจงูพ่นควันจนหน้าดำ ส่วนแซ่เซียวระหว่างต่อสู้ในน้ำใช้ขวานฟาดพลาดไปโดนผู้แซ่อั้งตรงหน้าผากเป็นรอยบาก ส่วนตัวเองโดนเลือดกระเซ็นจนหน้าแดงฉาน ทั้งสามหลังจากพิฆาตปีศาจงูได้แล้วก็กลายเป็นหมอกควันสำเร็จเป็นเทพ ผู้คนนึกถึงความดี จึงเคารพบูชา แต่โดยส่วนใหญ่ผู้คนมักรู้จักเฉพาะแซ่เตียว เรียก เตียวเส่งกุ้น โต่วเที้ยนเส่งกุ้น เตียวกงฮวบอ๋อง เตียวฮวบจูกง ผู้คนมักจะบนบานให้คุ้มครองการเดินทาง ขอให้โชคดีและพ้นเคราะห์กรรม กิมซิ้นของฮวบจูกงแซ่เตียวหน้าจะดำ แซ่เซียวหน้าจะแดง และแซ่อั้งหน้าผากเป็นรอยบาก โดยมือข้างหนึ่งถืองู




[ jay - 28/11/2006 - 15:24 ] User

ขอบคุณ ATTA ที่กรุณานำประวัติของฮวบจู่กงมาเผยแพร่และร่วมศึกษากันนะครับ สำหรับสหายท่านอื่นๆ หากท่านมีภาพฮวบจู่กงและพี่น้องอีก 2 ท่านนำมาเผยแพร่ก็จะทำให้เราเห็นถึงรูปลักษณะของทั้ง 3 องค์ได้ชัดเจนขึ้น อีกทั้งจะได้สอดคล้องกับประวัติที่ atta นำมาให้เราได้ศึกษากันครับ

ขอบคุณครับ




 
  Member ผู้โพส : jay
สถานะ : สมาชิก

Reply : [ jay ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
28/11/2006 - 11:51

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กหาดใหญ่ - 29/11/2006 - 09:52 ] User

法主公 (ฟ่าจู่กง) หรือ 張聖帝君 (จางเซิ่งตี้จวิ้น) หรือ 張公法主 (จางกงฟ่าจู่)

จีนกลางหมดครับ







[ เด็กหาดใหญ่ - 29/11/2006 - 10:09 ] User
蕭公 (เซียวกง) จีนกลางครับ





[ เด็กหาดใหญ่ - 29/11/2006 - 10:11 ] User
洪公 (หงส์กง) จีนกลางครับ





 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 1)
ผู้โพส : เด็กหาดใหญ่ สถานะ : สมาชิก

Reply Number 1 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 1
29/11/2006 - 09:52

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ ผู้โพส : เด็กโกลก - 3/12/2006 - 12:19 ] Guest

องค์นี้พระฮวบจู่กง (法主公).  







 
  No Image หัวข้อ : 0007-1 (No. 2)
ผู้โพส : เด็กโกลก สถานะ : ทั่วไป

Reply Number 2 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 2
3/12/2006 - 12:19
61.90.155.11
Add?   Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : ศิษย์หลังบ้าน - 21/12/2006 - 15:02 ] User
ฮวบจูกง  อุ้ม-เหยีบ ปีศาจ  ถือฮวดโซะ งู





 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 3)
ผู้โพส : ศิษย์หลังบ้าน สถานะ : สมาชิก

Reply Number 3 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 3
21/12/2006 - 15:02

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : คนแซ่หลิม - 22/12/2006 - 18:27 ] User
ภาพตั่วบูชาองค์ 法主公 ที่ประเทศไต้หวันครับ





[ คนแซ่หลิม - 22/12/2006 - 18:32 ] User
องค์ 法主公 ที่อ๊ามบางเหนียว มูลนิธิเทพราศี จังหวัดภูเก็ต





 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 4)
ผู้โพส : คนแซ่หลิม สถานะ : สมาชิก

Reply Number 4 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 4
22/12/2006 - 18:27

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : ATTA - 25/12/2006 - 15:05 ] User
山法主公





 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 5)
ผู้โพส : ATTA สถานะ : สมาชิก

Reply Number 5 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 5
25/12/2006 - 15:05

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : ATTA - 28/01/2007 - 09:08 ] User
法主公 ฮวบจู่กง





 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 6)
ผู้โพส : ATTA สถานะ : สมาชิก

Reply Number 6 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 6
28/01/2007 - 09:08

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : jay - 3/09/2007 - 10:46 ] User
..





 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 7)
ผู้โพส : jay สถานะ : สมาชิก

Reply Number 7 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 7
3/09/2007 - 10:46

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ ผู้ดูแล : เจี้ยวกู่ - 3/09/2007 - 04:31 ] Admin
 สมาชิก : jay - 5/10/2006 - 10:40 ] User

อีกภาพครับ ฮวบจู่กง

เพื่อนๆ มีภาพกิมซิ้นที่บูชาอยู่ หรือภาพตั่วพระที่บูชาที่อยู่บ้านก็นำมาเผยแพร่กัน เพื่อให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ได้มีโอกาสชมบ้างก็ได้นะครับ จักขอบคุณมาก






 
  Admin หัวข้อ : 0007-1 (No. 8)
ผู้โพส : เจี้ยวกู่ สถานะ : ผู้ดูแล

Reply Number 8 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 8
3/09/2007 - 04:31

Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : taetae - 4/10/2007 - 03:20 ] User
องค์กลางเรียกชื่อว่า ทิกง รึเปล่าไม่แน่ใจนะครับ  แต่รู้ว่าเป็นพี่เพื่อนเลยในสามคน  ส่วนองค์ที่มีหน้าแดง  เรียก อั่งก้อง  มีงูสีเขียวพาด  ส่วนองค์หน้าเขียว  ชื่อ  เชี่ยวก้อง  มีงูสีแดงพาด  อาวุธ  คือ  ขวานใหญ่  ไม่ใช่ดาบนะครับ  เชี่ยวก้องเป็นหมอยา  รักษาโรคได้  บางท่านเรียก  หลิมไต๋ซือ  พระประวัติตอนหลังบอกว่าเป็นพระแล้ว   พระทั้งสามแซ่ลิ่มครับ เพราะเคยถามเชี่ยวก้องท่านบอกว่าแซ่ลิ่ม  ตอนนี้ที่ศาลเจ้าฮกเล่งเก้งโคกกลอย  พังงา  มีกี่ต๋องครับทั้งเชี่ยวก้องและอั่งก้อง





[ อาโก้ - 29/09/2008 - 10:32 ] User
ขอแก้ไขสักนิดครับ หน้าแดงคือ เส้วก้งเส้งกุ้นครับ   หน้าเขียวคือ อ๋างก้งเส้งกุ้นครับ  ที่มีหลายท่านเข้าใจว่า อ๋างก้งเส้งกุ้นเป็นองค์หน้าแดงเพราะการออกเสียงของภาษาจีน อั่งแปลว่าสีแดงหรือแดงจึงทำให้เรียกผิดเข้าใจผิดจริงๆแล้วหน้าแดงคือ เส้วก้งหรือเซ้วก้งครับ ส่วนองค์หน้าเขียวคือ อ๋างก้งนะครับท่านแซ่อ๋างก้งเส้งกุ้นคือคือยศหรือคำเปรียบเทียบในการเรียกท่านส่วนอาวุธที่ถือถูกต้องทุกอย่างครับ ที่คุณ taetae โพสเข้ามาเอาหลักฐานมาอ้างอิงจากหนังสือเล่มไหนครับของผมสอบถามเจ้าตัวครับ(องค์พระขณะที่กำลังทรง)ฮวดกั้วในอ๊ามเปิด ตงซู้ สอบกันเห็นๆครับว่าอะไรกันแน่ไม่นั้นสิงคโปร์คงไม่นำกิมซี้นท่านมาถวายให้ถึงภูเก็ตพระสามองค์นี้คิดเป็นเงินตอนนั้นหลักแสนนะครับ ไม่ได้ฟังจากปากคนอื่นครับ หรือถ้าท่านมีที่มาประวัติของพระองค์นี้ยังไงสามารถนำมาลงโต้แย้งได้ครับ


 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 9)
ผู้โพส : taetae สถานะ : สมาชิก

Reply Number 9 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 9
4/10/2007 - 03:20

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : kimlui - 22/10/2008 - 12:57 ] User

พระทั้งสามองค์คนละแซ่ครับ มี เตียวกง เชียวกง อั้งกง ครับการันตี บ้านผมแซ่เตียว อาก๋งอาม่า มาจากเมืองจีนเลย

 




 
  No Image หัวข้อ : 0007-1 (No. 10)
ผู้โพส : kimlui สถานะ : สมาชิก

Reply Number 10 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 10
22/10/2008 - 12:57

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : คนแซ่หลิม - 26/02/2009 - 08:30 ] User

法主公

ฮวดจู่กง

 







[ คนแซ่หลิม - 26/02/2009 - 08:31 ] User

法主公







[ คนแซ่หลิม - 26/02/2009 - 08:32 ] User

法主公







[ จงผ้อแป๋ - 25/03/2009 - 12:42 ] Admin
"


 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 11)
ผู้โพส : คนแซ่หลิม สถานะ : สมาชิก

Reply Number 11 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 11
26/02/2009 - 08:30

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 26/03/2009 - 09:18 ] User

พระฮวดจูกง 

( 法主公 )

 

บทนำ

 

 

เดิมจากที่ข้าพเจ้าได้ทำการศึกษาจากบทมนต์และประวัติของพระฮวดจูกงทั้งสามองค์แล้ว ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่า พระทิฮู้หง่วนโส่ย (鐡府元帥) หรือ ทิหง่วนโส่ย (鐡元帥) กับ พระฮวดจูกง โดยเฉพาะ พระเตียวฮวดจูกง (張法主公) หรือเตียวกงเสงกุ้น (張公聖君) นั้น เป็นคนละองค์กัน  แต่ที่ยังคงเงียบอยู่มิได้นำมาเล่าขานบอกกล่าวกันในที่นี้ คงได้แต่ได้วิสัชชนาเอากับสหายที่สนิทสนมกันบางคนเท่านั้น ก็เพราะว่า ข้าพเจ้ายังหาข้อมูลในส่วนของพระทิฮู้หง่วนโส่ย ไม่ได้ แต่ในส่วนของ พระฮวดจูกงทั้งสามนั้น ข้าพเจ้าได้มาแล้ว ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณโก๊ ATTA ไว้เป็นอย่างสูงที่การค้นคว้าของโก๊ ไม่ได้เสียเปล่า แต่กลับจุดประกายความรู้ให้แก่ข้าพเจ้าและสมาชิกอื่นๆอีกด้วย

 

วันนี้ โก๊ cyberjoob  ได้ทำการแปลในส่วนของพระทิฮู้หง่วนโส่ย และได้ลงไว้ในเวปบอร์ดนี้แล้ว และทำให้เกิดความสงสัยแก่สมาชิกอื่นๆเป้นการทั่วไปที่สับสนระหว่างพระทิฮู้หง่วนโส่ย และพระเตียวฮวดจูกง  ข้าพเจ้าจึงได้ประสานไปยังยังโก๊ ATTA เพื่อขอนำบทความเรื่อง พระฮวดจูกง ซึ่งโก๊ ATTA ได้แปลไว้นั้น มาลงให้สมาชิกได้อ่านกันเป็นความรู้ ซึ่งโก๊ ATTA ก็มิได้ขัดข้องแต่ประการใด

 

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า บทความต่างๆที่มีผู้นำมาลงไว้ในเวปบอร์ดนี้ เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความตั้งใจของบุคคลเหล่านั้น ที่มีความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จึงได้ลงทั้งแรงกาย แรงใจ ทั้งยังรวมถึงแรงทรัพย์เป็นจำนวนมาก กว่าจะได้มาเป็นบทความบทหนึ่ง และท่านเหล่านั้นต่างเต็มใจและยินดีที่จะเผยแผ่ ให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้อ่าน และได้รับทราบกัน โดยมิได้หวังผลตอบแทนเป็นอย่างไร

แต่ในขณะนี้ข้าพเจ้าทราบมาว่า มีบุคคลกลุ่มหนึ่ง หรือหลายๆกลุ่ม ได้ทำการอันไม่สมควรบางประการ โดยการนำบทความที่มีผู้แปล และเรียบเรียงไว้ ไปทำการค้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งผิดกับวัตถุประสงค์ที่ผู้สร้างสรรค์งานนั้นต้องการ ทั้งยังเป็นการบั่นทอนกำลังใจแก่ผู้สร้างสรรค์งานนั้นๆอีกด้วย

 

ทั้งนี้ข้าพเจ้าจึงอยากขอวิงวอนสมาชิกและผู้เยี่ยมชมอื่นๆที่มิได้สมัครสมาชิก ช่วยให้เกียรติแก่เจ้าของข้อมูลเดิมด้วย การจะก๊อปไปใช้ ไปเก็บไว้ ยังอยู่ในวิสัยที่สามารถกระทำได้  หากอ่านแล้วชอบใจ แต่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำไปทำการค้าขายในเชิงพาณิชย์ การนำบทความไปแสดงต่อก็ดี ก็อาจสามารถที่จะกระทำได้ แต่ขอให้ให้เกียรติแก่เจ้าของข้อมูลเดิมสักหน่อย โดยการอ้างถึงแหล่งที่มาหรือ อ้าถึงชื่อผู้แปลหรือรวบรวมไว้ใต้บทความนั้นๆ ก็น่าจะเป็นการเพียงพอแล้ว

 

ก็พูดกันมายาวพอสมควรแล้ว เข้าสู่เนื้อหากันเลยดีกว่าครับ ขอบคุณครับ

 

 

จากภาพ : กิมสิ้นพระเตียวฮวดจูกง  โดยโก๊ cyberjoob







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 12)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 12 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 12
26/03/2009 - 09:18

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 27/03/2009 - 13:04 ] User

บทที่ ๑

ปฐมบทแห่งฮวดจูกง

 

มีประวัติหลายประวัติ  นี่เป็นประวัติหนึ่งที่ค้นพบและนำมาเล่าสู่กันฟัง โดยตำนานนี้จะเล่าถึงประวัติที่ค่อนข้างละเอียด ถ้าอ่านไปแล้วจะพบว่า พระฮวบจู่กงที่กล่าวถึงนี้มีลักษณะที่คล้ายกับ พระทิฮู้หง่วนโส่ย (鐡府元帥)  เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาวุธท่านซึ่งก็คือขวาน งูที่ท่านถือ ทำไมหน้าดำ แม้กระทั่งล้อไฟมาจากไหน และอื่นๆอีกมาก...

 

                พ.ศ.๑๖๘๒: เกิด ๒๓ เดือน ๗ สมัยราชวงศ์ซ่ง (บางตำนานว่าเกิด ค.ศ.๑๐๒๔ หรือพ.ศ.๑๕๖๗)  แซ่ เตียว () ชื่อ จู่กวน (慈觀) บ้างเรียก จื๋อกวน (自觀)

                พ.ศ.๑๖๘๖: อายุได้ ๕ ปี บิดาเสียชีวิต

                พ.ศ.๑๖๘๐: อายุ ๙ ปี มารดาแต่งงานใหม่ จึงอาศัยอยู่กับลุง ทำงานเลี้ยงแกะ

 

 

 

จากภาพ : กิมสิ้นพระเตียวฮวดจูกง  โดยโก๊ cyberjoob

เนื้อหา : โก๊ ATTA

 







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 13)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 13 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 13
27/03/2009 - 13:04

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 27/03/2009 - 13:22 ] User

บทที่ ๒

แรกพบผู้วิเศษ

 

พ.ศ.๑๖๙๑: อายุ ๑๐ ปี เข้าป่าเพื่อตัดฟืน พบผู้วิเศษ ไท้ส่องโลกุ้น (太上老君) และ หง่วนซื่อเทียนจุ้น (始天尊)กำลังเล่นหมากรุกอยู่ในป่า และให้ผลท้อ ๓,๐๐๐ ปี แต่เนื่องจากไม่รู้ จึงกินเข้าไปแค่ครึ่งผลแล้วทิ้งไปเนื่องจากมีรสชาติไม่อร่อย (ผลท้อ ๓,๐๐๐ ปีจะมี ลักษณะครึ่งหนึ่งสีเขียว อีกครึ่งสีแดงนั้น ๓,๐๐๐ ปี ออกผลเพียง ๑ ครั้ง ถ้าได้กินทั้งลูกจะกลายเป็นเซียน สามารถเหยียบเมฆและใช้เดินทางไปไหนก็ได้ แต่ฉื่อกวนได้กินเพียงครึ่งเดียว ดังนั้นจึงทำให้เขาสามารถฝึกฝนเวทย์มนต์คาถาได้นาน มีความทนทานประดุจเหล็ก และสามารถฝึกวิชาปราบปีศาจช่วยเหลือผู้คนได้เป็นอย่างดี)

พ.ศ.๑๖๙๔: อายุ ๑๓ ปี ในเดือนแรกของปี ยังคงเป็นหน้าหนาว เนื่องจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน เขาจึงออกไปเลี้ยงแกะไม่ได้จึงเดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านเขาพบว่าไม้ฟืนได้ถูกใช้เกือบหมดแล้ว (ประมาณว่ายากจนมาก) เขาฝึกวิชาการต่อสู้เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ครั้งหนึ่งเขาได้ใช้วิชาจุ้ยจื๋อปุ่ย (水自沸) เพื่อต้มน้ำ ใช้เท้าในการให้ความร้อน โดยการกระทำนี้บังเอิญมีชาวบ้านคนหนึ่งผ่านมาเห็น เขาจึงกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่างแล้ววิ่งหายไป เรื่องนี้จึงถูกกล่าวขานกันในกลุ่มชาวบ้านแถวนั้นโดยนับถือท่านเป็นเทวดาองค์หนึ่ง หลังจากออกจากบ้านไป เขาก็เดินทางจนหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อ เปกเบ๊ป่อ (白馬坡)ได้พบพ่อบ้านเส้วลก (蕭陸) ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเช่า (และยังเป็นลุงของเส้วเบ๋ง) จึงรับจู่กวนเข้าทำงาน ในเวลาเดียวกันนั้น เส้วเบ๋ง (蕭明) อายุได้ ๑๑ ปี เขาได้ทำงานกับป้าของเขาในหมู่บ้านเดียวกันกับจู่กวน พวกเขาได้รู้จักกันและสาบานกันร่วมเป็นพี่น้อง หลายครั้งที่จู่กวนพักอาศัยอยู่กับเส้วเบ๋งบ่อยๆ จู่กวนทำงานช่วงเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนฝึกวิชาการต่อสู้และคาถาอาคม

                                                                                           

จากภาพ : กิมสิ้นพระเตียวฮวดจูกง  โดยโก๊ ATTA

เนื้อหา : โก๊ ATTA







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 14)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 14 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 14
27/03/2009 - 13:22

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 31/03/2009 - 21:07 ] User

บทที่ ๓

ไส้เดือนสีแดง

 

                พ.ศ.๑๖๙๖: อายุ๑๕ ปี ออกเดินทางจากเอ่งฮก (永福) ไปยังเกาะหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยภูเขา จนถึงวัดโบราณชื่อว่าวัดแปะฮุนต๋อง (白雲堂) หรืออารามเมฆขาว ในเมืองเอ่งไท่ (永泰) ได้เข้าศึกษาเรียนวิชาเพิ่ม และเหมือนเดิม ท่านทำงานตลอดช่วงกลางวัน ตกกลางคืนท่านศึกษามนต์คาถาและบทสวดเต๋าในห้องหนังสือของวัด ฝึกวิชาอาคมและวิชาการต่อสู้ควบคู่กันไป จนวิชาก้าวหน้าถึงพระเวทย์ขั้นสูง

                พ.ศ.๑๖๙๗: อายุ ๑๖ ปีในเดือน ๖ เขาเดินทางออกจากเกาะภูเขา ระหว่างทางเดินนั้นเต็มไปด้วยโคลน ซึ่งอันตราย มีลมพัดแรง เป็นระยะทางยาวไกล จึงคิดว่าถ้าผู้อื่นเดินทางผ่านอาจเป็นอันตรายได้ จู่กวนจึงตัดสินใจแก้ไขซ่อมแซมทางที่เต็มไปด้วยโคลนนั้น ในเวลาเพียงคืนเดียวท่ามกลางลมพายุพัดแรง ว่ากันว่าระยะทางยาวประมาณ ๓๔๐๐ ก้าว หลังจากซ่อมทางเสร็จจู่กวนก็รีบออกเดินทางทันที ชาวบ้านแถบนั้นทราบต่างพากันยกย่องและกล่าวขานกันเรื่อยมา

                พ.ศ.๑๖๙๘: อายุ๑๗ ปี เดือน ๒ เขากลับทำงานในหมู่บ้านเอ่งฮกอีก มีนักพรตเต๋าจิว (
) คนหนึ่งจากเขาลื่อซาน (閭山) เมืองกังไส (江西) ได้เดินทางมาเยี่ยมและสอนเกี่ยวกับวิชายันต์และวิชาคาถาขั้นสูงให้กับเขา ในเดือน ๓ ได้ช่วยชาวบ้านทำนา ช่วงเที่ยงหญิงชาวบ้านจึงทำอาหารกลางวันให้กิน


                พวกเขาทำอาหาร ด้วยไส้เดือนทอดพร้อมกับสุราแดงและข้าวสวย จู่กวนนึกสงสารจึงตัดสินใจช่วยชีวิตไส้เดือนโดยใช้ตะเกียบค่อยๆคีบไส้เดือนทีละตัว ลงในแอ่งน้ำ แล้วร่ายคาถาเวทย์คืนชีพ ช้าๆแต่แน่นอน ไส้เดือนทอดก็กลับมีชีวิตขึ้นแล้วว่ายน้ำหนีไป กลายเป็นตำนานไส้เดือนสีแดงที่กล่าวขานกันมากของหมู่บ้านนั้น โดยไส้เดือนพันธุ์นี้จะมีรอยที่กลางลำตัว ว่ากันว่าเนื่องจากเป็นรอยที่จู่กวนใช้ตะเกียบคีบขึ้นมา

 

 

 

 

 

จากภาพ : ภาพวาดพระเตียวฮวดจูกง  โดยโก๊ cyberjoob

เนื้อหา : โก๊ ATTA







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 15)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 15 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 15
31/03/2009 - 21:07

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 31/03/2009 - 21:16 ] User

บทที่ ๔

หัวใจห้าอัศนีบาต

 

                พ.ศ.๑๑๕๖: อายุ ๑๘ ปี จู่กวนยังทำงานในหมู่บ้านเอ่งฮก ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาหน้าร้อน พื้นดินแห้งแตกระแหงไปทั่ว ชาวบ้านต่างพากันเดือดร้อน เขาจึงตัดสินใจขุดคลองเพื่อชักน้ำเข้าหมู่บ้าน โดยไม่ให้ผู้ใดรู้ เขาได้ยืมควาย และคันไถเหล็กจากชาวบ้านใกล้เคียง เขาวางแผนขุดโดยใช้ระยะทางที่ใกล้สุด แล้วเริ่มขุดทันที เขาขุดโดยไม่หยุดพักจนกระทั่งเที่ยงของอีกวัน ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงผู้หญิงร้องตะโกนว่ามีคนมาขุดคลอง ทันใดนั้นทั้งเขาและควายก็หายตัวไป เหลือไว้เพียงคันไถเหล็กเท่านั้น เมื่อชาวบ้านมาเห็น พบว่ามีคลองส่งน้ำเรียบร้อยแล้ว พร้อมน้ำซึ่งไหลลงมาจากภูเขา ชาวบ้านทั้งหมดต่างพากันยินดี และเมื่อเห็นคลองมีน้ำไหลเต็มจนล้นท่วมทุ่งนา ทำให้พืชไร่ไม่เฉาตาย พวกเขาทั้งหมดต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นและกราบไหว้ขอบคุณเทวดา

                ชาวบ้านบางคนเห็นจู่กวนพาควายกลับมาคืนเจ้าของ พวกเขาคิดว่าเป็นฝีมือของจู่กวนแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเจอเขาเลย จนเดือน ๘ จู่กวนกลับไปยังอารามเมฆขาว ที่ซึ่งเขาเรียนวิชาจากท่านนักพรตเต๋าระดับสูงนามว่า เกียงเหลงสิ่วฮวดซือ (龔龍樹法師). อาจารย์เกียงเหลงสิ่วจึงสอนวิชาคาถาลับให้แก่จู่กวน เรียกว่า วิชาหัวใจสวรรค์ห้าอัสนีบาตร หง่อหลุ้ยเทียนซิ้มฮวด (五雷天心法) และมอบกระบี่พระเวทย์เจ็ดดาว ชิดแชเกี่ยม (七星劍) ให้จู่กวนจึงคำนับแล้วรับกระบี่มา แล้วลาอาจารย์ลงมาจากเขา จากนั้นเขากลับมายังหมู่บ้านเพื่อแวะเยี่ยมน้องร่วมสาบานคือ เส้วเบ๋ง พวกเขาจึงร่วมสนทนาและสอนวิชาให้แก่กัน ทั้งคู่ต่างเรียนรู้อย่างรวดเร็ว ในช่วงนั้นเองพวกเขาได้พบกับ เจียงหมิ่น (章敏) ทั้งสามจึงสาบานเป็นพี่น้องกัน

 

 

 

 

 

จากภาพ : กิมสิ้นพระเตียวฮวดจูกง  โดยโก๊ cyberjoob

เนื้อหา : โก๊ ATTA







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 16)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 16 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 16
31/03/2009 - 21:16

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 31/03/2009 - 21:20 ] User

บทที่ ๕

ฮ้องโห้ยหลูน

 

                ณ เวลานั้น เจียงหมิ่น อายุ ๒๖, จู่กวน อายุ ๑๘ และ เส้วเบ๋ง อายุ ๑๖. ทั้งสามจึงเดินทางไปยังเขาลื่อซาน (閭山) ตามคำแนะนำของ อาจารย์เกียงเหลงสิ่วฮวดซือ จนพบกับอาจารย์นักพรตคือท่านอาจารย์เต๋าจิว () ที่ก่อนหน้าได้สอนเวทย์คืนชีพให้แก่จู่กวนนั่นเอง เส้วเบ๋ง จึงได้รับฉายาทางเต๋าว่า หลองสุ่ย (郎瑞); เจียงหมิ่น ได้รับฉายาทางเต๋าว่า หลองเค่ง (朗慶) ทั้งสามพี่น้องได้ทำงานและฝึกวิชาทั้งการต่อสู้และคาถาอาคมด้วยความขยันขันแข็ง กระทั่งเป็นเวลา ๔๙ วัน พวกเขาจึงสำเร็จวิชา ทั้ง ค่ายกล ๓๖ ทัพฟ้า พระเวทย์ ๗๒ ทัพดิน รวมทั้งวิชาการทำนายและจับยามสามตาหยั่งรู้ฟ้าดิน อาจารย์จิว ได้สอนวิชาการต่อสู้อีกหลายวิชา 

                จนเวลาผ่านไป ๕ ปีพวกเขาทั้งสามจึงมีวิทยายุทธและคาถาอาคม อยู่ในระดับขั้นสูง แต่อย่างไรก็ตามอาจารย์จิวก็ยังไม่ได้มอบหมายภารกิจใดๆให้กับพวกเขา มิหนำซ้ำ ท่านอาจารย์ยังให้จู่กวนตัดไม้ ให้ หลองสุ่ย บดสมุนไพรเพื่อทำยา และให้ หลองเค้ง ไปทำนาปลูกข้าว และให้ทั้งสามท่องบทสวดมนต์เต๋าทุกวัน จนพวกเขาฝึกจนมีความสามารถควบคุมจิตเพื่อไม่ให้ปีศาจควบคุมได้ นอกจากนั้นทั้งสามยังได้เรียนวิชาด้านยารักษาโรคอีกด้วย เมื่ออาจารย์จิวเห็นทั้งสามมีวิชาแก่กล้าพอแล้ว จึงได้สั่งให้ทั้งสามเดินทางไปยังฮกเกี้ยน (福建) เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน จู่กวนจึงขอเครื่องรางของขลังจากอาจารย์ไว้ป้องกันตัว อาจารย์จึงได้ให้อาวุธวิเศษสองสิ่งคือ ล้อไฟฮ้องโห้ยหลูน (風火輪) และได้ให้ไม้เท้าเหล็ก หนัก ๗๐๐๐ ชั่ง (ประมาณ ๓๕๐๐ กก.) จู่กวนรู้สึกหนักมากจึงใช้วิชาเปลี่ยนให้เป็นไม้เท้าเบาและสั้น พร้อมกับลงอาคมให้ขวานตัดไม้ของเขาซึ่งเป็นอาวุธวิเศษอีกชิ้นหนึ่ง

 

 

 

 

จากภาพ : กิมสิ้นพระฮวดจูกงทั้งสาม  โดยโก๊ cyberjoob

เนื้อหา : โก๊ ATTA

 







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 17)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 17 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 17
31/03/2009 - 21:20

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 1/04/2009 - 14:59 ] User

บทที่ ๖

ฮวดโสะ

 

                จู่กวน ออกเดินทางจากอารามเมฆขาว จนมาถึงท่าหม่านกั๋ง (閩江) เมืองฮกเกี้ยน ระหว่างทางเขาเห็นเชือกป่าน ๒ วางอยู่ ทันใดนั้นเชือกทั้งสองเส้นก็กลายเป็นงู ตัวหนึ่งเลื้อยหนีไป จู่กวนจึงรีบคว้าจับงูอีกตัวไว้ ก่อนที่มันจะเลื้อยหนี แต่มันก็ขัดขืนโดยใช้ลำตัวรัดคอท่านไว้ จู่กวนจึงจับมันไว้แล้วร่ายคาถาเก็บงูตัวนั้นไว้เป็นอาวุธ/เครื่องรางป้องกันตัว (ตรงนี้เป็นตำนานที่มาหนึ่งของฮวดโสะ) จู่กวนจึงร่ายคาถาเปลี่ยนจากงูไปเป็นกระบี่ปราบมาร ซึ่งเป็นกระบี่ที่ท่านพกติดตัวตลอดเวลา

                พ.ศ.๑๗๐๓: อายุ ๒๒ ปี ได้อาศัยอยู่กับ หลองสุ่ย (เส้วเบ๋ง) ซึ่งช่วงนั้นได้ใช้วิชาด้านยาทุ่มเทรักษาชาวบ้าน และด้วยความซาบซึ้งชาวบ้านจำนวนมากจึงสร้างวัดขึ้นด้วยความศรัทธา (มีบันทึกว่าสร้างมากกว่า ๓๐๐ แห่ง) หลังจากนั้นชาวบ้านได้สร้างรูปเคารพด้วยดินเหนียวและกราบไหว้บูชาจนปัจจุบัน

                พ.ศ.๑๗๐๕: อายุ ๒๔ ปี เดินทางไปที่ไกลได้ออกเรี่ยไรและรับบริจาคเงินจากชาวบ้านเพื่อสร้างสะพานเพื่อให้ผู้เดินทางสัญจรไปมาและช าวบ้านแถวนั้นเดินทางได้สะดวก จนกระทั่งวันหนึ่งมีหญิงสาวลงไปซักผ้าบริเวณใต้สะพาน แล้วถูกปีศาจงูจับไปกิน


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากภาพ : กิมสิ้นพระเส้วฮวดจูกง  โดยโก๊ cyberjoob

เนื้อหา : โก๊ ATTA







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 18)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 18 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 18
1/04/2009 - 14:59

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 1/04/2009 - 20:36 ] User

บทที่ ๗

กำราบปีศาจงู

 

 

                พ.ศ.๑๗๐๖: อายุ ๒๕ ปีเดือน ๓ ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในหมู่บ้านหนึ่งของฮกเกี้ยน มีปีศาจงูออกอาละวาดคอยจับชาวบ้านกินเป็นอาหารโดยเฉพาะหญิงพรมจรรย์ เมื่อจู่กวนมาถึง เขาเห็น หลองสุ่ย ถูกงูพิษกัดเข้าที่แขนเขาจึงรีบรักษาโดยทันที วันหนึ่ง เมื่อปีศาจงูออกมาจากที่ซ่อน จู่กวนจึงไล่จับและท้าปีศาจงูสู้รบ มือข้างหนึ่งชักเอาดาบอาคมฟันเฉือนตัดเอาบริเวณลำตัวของปีศาจงู ปีศาจงูจึงโกรธและหันกลับมาต่อสู้ มันเหวี่ยงเอาหางฟาดจู่กวน หลองสุ่ย จึงใช้อุบาย รีบเอาไม้ไผ่มาจับหางมันไว้ จู่กวนจึงวิ่งตามไปพร้อมกับใช้ดาบฟันเข้าที่หัวปีศาจงูจนตาย ร่างปีศาจงูก็จมลงไปในแม่น้ำ จู่กวนและ หลองสุ่ย ทั้งสองจึงมีประวัติการกระทำที่โด่งดังอีกเรื่องที่เล่าขานกันมา ชาวบ้านจึงซาบซึ้งและต้องการมอบเงินให้แก่ทั้งสองซึ่งทั้งสองก็ไม่รับ

                ในเดือน ๔ จู่กวน และ หลองสุ่ย เดินทางมายังเขาพัวอื้อหง้ำ (潘畬巖) เพื่อหาสมุนไพร ระหว่างทางพวกเขาผ่านมายังหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อ ก่อเสียง (古洋) ชาวบ้านแห่งนั้นบอกว่าที่เขามีปีศาจอาศัยอยู่ ชาวบ้านทุกคนทีขึ้นเขาไปแล้วปรากฏว่าตายหมดทุกคน แล้วยังบอกอีกว่าศพที่พบจะมีสีม่วงทั่วทั้งร่าง (เป็นเครื่องหมายบอกว่าโดนพิษ) จนเดี๋ยวนี้ไม่มีใครกล้าไปที่นั่นอีกเลย จู่กวน และ หลองสุ่ย ได้ฟังจึงรีบรุดตรงเข้าไปในป่าลึกเพื่อขึ้นเขาลูกนั้น ทันใดนั้นท้องฟ้าก็ปกคลุมไปด้วยเมฆดำ บังเกิดลมพัดแรงทั่วทุกทิศ ทันใดนั้นบังเกิดปีศาจตัวหนึ่งมีสีประกายทอง บินตรงมายังทั้งสอง จู่กวนจึงรีบชักกระบี่อาคมออกมา ส่วน หลองสุ่ย รีบคว้าเอาจอบบดยา(藥鋤) ของตนออกมา (ซึ่งเป็นอาวุธวิเศษป้องกันตัวของหลองสุ่ย) ทั้งคู่รวมพลังผสานวิชาด้วยกันเพื่อเข้าต่อสู้กับปีศาจ ปีศาจจึงปล่อยควันดำออกมาแล้วพ่นใส่พวกเขา พวกเขาจึงทราบทันทีว่าปีศาจตนนี้ก็คือปีศาจตะขาบพิษ ด้วยการรวมพลังของทั้งสองจึงทำให้สามารถปราบปีศาจตะขาบพิษลงได้ และเป็นอีกประวัติที่เล่าขานถึงวีรกรรมของพวกเขา

                พ.ศ.๑๗๐๘: อายุ ๒๗ ปี จู่กวนเดินทางกลับไปยังอารามเมฆขาว เพื่อหา
อาจารย์เกียงเหลงสิ่วฮวดซือ เขาเล่าถึงเหตุการณ์ทุกอย่างที่ตนได้ใช้วิชาความรู้จากอาจารย์ช่วยเหลือชาวบ้านให้อาจารย์ฟัง อาจารย์จึงบอกว่ายังมีปีศาจงูอีกตัวออกอาละวาดที่หมู่บ้านเฉียะจุ้ย (赤水) จู่กวนจึงรีบเดินทางไปยังหมู่บ้านนั้น เมื่อมาถึง เขาได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านว่ามีปีศาจงูยักษ์สุ่มออกจับชาวบ้านไปกินหลายคนแล้ว เขาจึงเดินทางขึ้นไปยังเขาซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเขางูกินคน ระหว่างทางเขาเห็นหญิงสาวกำลังล้างผักในลำธารเล็กๆบนเขา หญิงสาวคนนั้น (คือพระโพธิสัตว์กวนอิมแปลงกายมา (觀音化身)) จึงใช้คาถาเปลี่ยนจากผักเป็นกิ่งหลิวแล้วยื่นให้กับเขา จากนั้นหญิงสาวก็หายไป จากกิ่งหลิวก็กลายสภาพเป็น กระบี่เวทย์ไม้หลิว จู่กวนจึงนึกขั้นได้ว่าปีศาจงูตนนี้เป็นตัวเดียวกันกับที่หนีไปคราวสู้กับงูที่ท่าเบ๋งจี่ยน เขาเดินมองหาทุกแห่งจนในที่สุดก็พบปีศาจงูนอนซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ ทันใดนั้นเขาจึงใช้กระบี่อาคม (ซึ่งเป็นกระบี่ที่เปลี่ยนจากงูอีกตัวที่จับได้) เรียกปีศาจงูออกจากถ้ำ ปีศาจงูที่อยู่ในถ้ำจึงออกมาเนื่องจากคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน ทันใดนั้นเขาก็ใช้กระบี่อาคมที่เปลี่ยนจากกิ่งหลิวฟันตัดหัวงูจนขาด เมื่อหัวปีศาจงูตกถึงพื้นก็กลายสภาพเป็นก้อนหินใหญ่ ลำตัวกลายเป็นลำธารบนเขา และเลือดกลายเป็นน้ำสีแดงไหลลงลำธาร ชาวบ้านจึงเรียกว่าลำธารแดงเฉียะจุ้ย (赤水) ซึ่งเป็นอีกประวัติท่านที่เล่าขานกันมาอีกหนึ่งประวัติ

 

 

จากภาพ : กิมสิ้นพระลื่อซานฮวดจูกงทั้งสาม  จากโก๊ ATTA

เนื้อหา : โก๊ ATTA







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 19)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 19 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 19
1/04/2009 - 20:36

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 2/04/2009 - 15:10 ] User

บทที่ ๘

ปราบปีศาจช่วยชาวบ้าน

 

 

                จู่กวนออกจากหมู่บ้านเฉียะจุ้ย เขาเดินทางผ่านเขาต่ายเซียน (岱仙) ซึ่งเป็นเขาศักสิทธ์ที่ซึ่งเทวดาชั้นสูงพำนักอยู่ นามว่า เบ๊สีจินเซียน (馬氏真仙) ด้วยความหวงวิชา จึงสร้างพายุฝุ่น โดยมีหินใหญ่ปลิวไปทั่วทุกทิศ ตามทางเพื่อขัดขวาง รบกวนจู่กวนที่กำลังเดินทางมา อย่างไรก็ตาม จู่กวนก็ยังพยายามที่จะเดินทางไปให้ถึง จนกระทั่งมีหินใหญ่ก้อนหนึ่งปลิวกระแทกเขาจนตกหน้าผา เมื่อเห็นเช่นนั้น เบ๊สีจินเซียน จึงรีบขว้างปิ่นปักผมไปเสียบชายเสื้อเขาไว้จนติดกับหน้าผา ทำให้เขารอดชีวิต จนปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นที่ราบเรียบ บริเวณหน้าผาเกิดรอยแตกหลายแห่ง และมีรอยเท้าประหลาด หลายร้อยจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตา นี่จึงเป็นตำนานเรื่องเล่ามาจนปัจจุบัน

 

                พ.ศ.๑๗๐๙: อายุ ๒๘ ปี เดือน ๑ สามพี่น้องเห็นชายชรากำลังร้องไห้ โดยบอกว่าหลานสาวของเขาถูกข่มขู่ นำตัวไปโดย เจ้านักเลง ทั้งสามจึงช่วยเหลือโดยเดินทางไปยังบ้านของเจ้าของบ้านเช่า เมื่อมาถึงเขาพบ ตัวลูกชายนักเลงในห้องโถงใหญ่กำลังดื่มเหล้าเคล้านารี และกำลังจะหมายปล้ำเด็กสาว


                เมื่อจู่กวนเห็นดวงตาเจ้านักเลง จึงทราบทันทีว่าเป็นปีศาจ พร้อมกับตะโกนให้เขาหยุด เมื่อเจ้านักเลงเห็นสามพี่น้องในชุดชาวนายากจน ก็ไม่สนใจยังคงหมายปล้ำเด็กสาวต่อ จนทั้งสามเดินเขามาห้าม เจ้าหนุ่มนักเลงจึงชกเข้าที่จู่กวน จู่กวนหลบได้พร้อมกับถีบเจ้านักเลงลงไปนอนกองกับพื้น โชคร้ายถีบแรงไปหน่อยเจ้านักเลงกระแทกพื้นตายคาที่จากนั้น หลองสุ่ยจึงก่อไฟเผาบ้านนั้นเสีย แล้วพาเด็กสาวกลับไปให้ชายชรา เป็นตำนานที่เล่าขานอีกเรื่องของทั้งสามท่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

จากภาพ : กิมสิ้นพระฮวดจูกงทั้งสาม จากเวปต่างประเทศ 

เนื้อหา : โก๊ ATTA







 
  Member หัวข้อ : 0007-1 (No. 20)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 20 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 20
2/04/2009 - 15:10

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0007-1 | ตอบ : 62 | เลขหน้า : 1 ถึง 1 | 2 | 3 | 4


WYSIWYG form OTHER form     phuketvegetarian.com  
  แสดงความคิดเห็น ฮวดจูก้ง  
      Cut Copy Paste Bold Italic Underline Left Justify Centre Justify Right Justify Unordered List Outdent Indent Add Hyperlink
PHP infoBoard v.5 PERFECT

 
Thailand Hotels | Phuket Hotels | Bangkok Hotels
2005 - 2006 Phuket Vegetarian Festival, Phuket Thailand
Contact : Tel:+ 66 1 569 9076
Power by Phuketport.com Team