PHP infoBoard v.5 PERFECT
phuketvegetarian.com
 
เทพเจ้าแห่งโชคลาภในศาสนาเต๋า

[ สมาชิก : da0_sanqing - 5/02/2009 - 17:13 ] User

เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

ในศาสนาเต๋า







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 17:14 ] User

ชาวจีนนั้นมีสำนวนที่ว่า  有钱能使鬼推磨  (แปลว่า  “มีเงินก็สามารถใช้ผีให้โม่แป้งได้”)  และ 金钱不是万能,但没有钱也是万万不能 (แปลว่า “เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง   แต่ถ้าไม่มีเงินก็ซื้อไม่ได้ซักอย่าง”)  ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่า  ชาวจีนให้ความสำคัญกับเงินมากขนาดไหน   ซึ่งก็คงไม่ใช่เฉพาะชาวจีนเท่านั้น  ไม่ว่าชนชาติใดๆในโลกนี้ก็ไม่พ้นไปจากนี้  เพราะความโลภคือธรรมชาติของมนุษยชาติอย่างหนึ่ง   นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   ทรัพย์สิน, เงินทอง, โชคลาภ   คนที่ไม่อยากได้นับว่ามีน้อยคน  โดยเฉพาะคนจีนนั้นเชื่อกันว่า  ไม่ว่ามนุษย์, เทพ, ผี  ล้วนต้องการเงินด้วยกันทั้งนั้น  ไม่เช่นนั้น  คงไม่มีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง  จำนวนมากเพื่อเซ่นไหว้เทพเจ้า  และผู้ล่วงลับในเทศกาลต่างๆ   ในการนับถือเทพเจ้าต่างๆนั้น  เทพที่สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้มนุษย์ได้  กล่าวคือสามารถตอบสนองความต้องการให้กับมนุษย์ได้  หรือพูดง่ายๆคือ  เป็นเทพที่มนุษย์  “ขอแล้วได้”  จะเป็นเทพที่ได้รับการเคารพนับถือเป็นอันดับต้นๆ  หรือที่กล่าวกันว่าเป็นเทพที่ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง  ส่วนเทพที่สอนให้มนุษย์ทำดี  หรือสอนให้มนุษย์พึ่งต้นเอง  จะถูกจัดอยู่ในอันดับที่รองๆลงมา  ซึ่งเทพเจ้าประเภท  “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ”  ก็จัดอยู่ในกลุ่มเทพดังกล่าว  ซึ่งในส่วนของเทพเจ้าแห่งโชคลาภของศาสนาเต๋า  มีดังต่อไปนี้

 

 

๑. “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:16 ] User

ตามประวัตินั้น  ในสมัยบรรพกาล  โลกมีดวงอาทิตย์อยู่ ๑๐ ดวง  โลกร้อนดังเพลิงผลาญ  “โฮ่วอี้”  《后羿》 จึงใช้เกาทัณฑ์ยิงให้ตกไป ๙ ดวง  ดวงอาทิตย์ ๙ ดวงที่ตกไปนั้น  กลายเป็นวิหค ๙ ตัว  บินไปตกที่เขาชิงเฉิงซาน 《青城山》จากนั้นวิหคทั้ง ๙ กลายเป็นปีศาจ  คอยทำร้ายผู้คน มีเพียง ๑ ในนั้น  คือ “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》  ที่ไม่ทำร้ายผู้คน  ปลีกตัวบำเพ็ญพรตโดยลำพัง  ต่อมาเมื่อ “จางเทียนซือ”  《张天师》 มาบำเพ็ญพรตที่เขาจงหนานซาน 《终南山》 จึงได้รับจ้าวกงหมิงไว้เป็นศิษย์  และได้มอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาห้องปรุงยาอายุวัฒนะ  เมื่อจางเทียนซือปรุงยาอายุวัฒนะสำเร็จ  จึงได้ประทานให้เจ้ากงหมิง  เมื่อเจ้ากงหมิงกินยาเข้าไปก็สำเร็จเป็นเซียน  มีร่างกายดั่งเทพเทียนซือ

 

อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》  แซ่ “จ้าว”  《赵》 ชื่อ “หลาง” 《朗》คนทั่วไปเรียกว่า “เสฺวียนหลาง” 《玄朗》 ฉายา “กงหมิง” 《公明》 เกิดในสมัยราชวงศ์ฉิน 《秦朝》 (พ.ศ. ๓๒๑ – ๓๓๗ ) ที่หมู่บ้าน “จ้าวต้าชุน” 《赵大村》เกิดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ  เดือน ๓  เวลาใกล้อาทิตย์ตกดิน เกิดในครอบครัวยากจน  ร่างกายใหญ่โต  หน้าดำตาโต  มีอาชีพรับจ้างใช้แรงงาน  เป็นคนซื่อสัตย์  ขยันขันแข็ง  มีน้ำใจ  เป็นที่รักของชาวบ้าน  ต่อมาลงทุนทำการค้าจนร่ำรวย  บริจาคเงินช่วยเหลือคนจนเป็นอันมาก  จากนั้นได้ศึกษาธรรม  ไปบำเพ็ญพรตที่เขาจงหนานซาน 《终南山》ครานั้นมีเสือออกทำร้ายชาวบ้าน  เจ้ากงหมิงได้ปราบเสือตัวนั้น  ชาวบ้านจึงสร้างรูปเคารพของเจ้ากงหมิงในท่าขี่เสือ  ซึ่งสืบทอดมาจนปัจจุบัน  และเมื่อบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นเซียน  “เง็กเซียนฮ่องเต้”   (หยกหองไต่เต่)  《玉皇大帝》  จึงแต่งตั้งให้เป็นเทพ  มีตำแหน่งที่  《正一玄坛元帅》







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:17 ] User

ในหนังสือ  《三教源流搜神大全》 ที่แต่งในสมัยราชวงศ์เหยฺวียน  《元朝》 (พ.ศ. ๑๗๔๙ – ๑๙๑๑)  ระบุว่า  ในปี “ไคหวง” 《开皇》ที่ ๑๑ (พ.ศ. ๑๑๓๔)  เดือน ๖ จันทรคติจีน  มีภูติปรากฏกายอยู่บนท้องฟ้า ๕ ตน โดยแต่ละตนสวมเสื้อสีเขียว, แดง, ขาว, ดำ  และเหลือง  โดยคนหนึ่งถือกระบวยและกระป๋อง,  อีกคนถือถุงหนังและกระบี่,  อีกคนถือค้อน,  อีกคนถือพัด  และอีกคนถือกาไฟ  (หมายถึงของที่มีลักษณะคล้ายกาน้ำแต่พ่นไฟออกมา)  ตามลำดับ  เมื่อพระเจ้าสุยเหวินตี้  《隋文帝》  ได้ทรงทอดพระเนตรเห็น  จึงทรงตรัสถามขุนนางว่า  บนท้องฟ้าเป็นเทพพวกไหน?  มีหน้าที่ดูแลสิ่งใด?  ครานั้นขุนนางซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นที่  “ไท่สื่อ”  《太史》  นามว่า “จางจฺวีเหริน”  《张居仁》 ทูลตอบว่า เบื้องท้องนภาทั้ง ๕ ตนนั้นคือผีทั้ง ๕ ชาวบ้านเรียกกันว่า “เทพแห่งโรคระบาด”  《瘟神》 มีหน้าที่ก่อให้เกิดโรคระบาด (มี  อหิวาตกโรค และไข้ทรพิษ  เป็นต้น) โดยแบ่งเป็น  “จางเหยฺวียนป๋อ”  《张元伯》 เป็นเทพแห่งโรคระบาดประจำฤดูใบไม้ผลิ, “หลิวเหยฺวียนต๋า” 《刘元达》  เป็นเทพแห่งโรคระบาดประจำฤดูร้อน, “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》  เป็นเทพแห่งโรคระบาดประจำฤดูใบไม้ร่วง, “จงซื่อกุ้ย”  《钟士贵》 เป็นเทพแห่งโรคระบาดประจำฤดูหนาว  และ “สื่อเหวินเย่” 《史文业》  เป็นหัวหน้าของเทพทั้ง ๔  ด้วยสมัยนั้นมีโรคระบาดเกิดขึ้นมาก   พระเจ้าสุยเหวินตี้จึงทรงตรัสถามว่า  การณ์ดังนี้ทำประการไรจึงจะยับยั้งได้?  จางจฺวีเหริน  ทูลตอบว่า  ทั้งนี้ลิขิตเป็นลิขิตสวรรค์มิอาจต้านทาน  ด้วยเหตุนี้พระเจ้าสุยเหวินตี้  จึงทรงสถาปนาผีทั้ง ๕ เป็นที่แม่ทัพทั้ง ๕ ในปี “ไคหวง” 《开皇》 ที่ ๑๑ (พ.ศ. ๑๑๓๔)  วันขึ้น ๒๗ ค่ำเดือน ๖ จันทรคติจีน

 

“เทพแห่งโรคระบาด”  《瘟神》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:17 ] User

จากเรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้น  แสดงให้เห็นได้ว่าฐานะของ “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》คือ  “เทพแห่งโรคระบาด”  《瘟神》ซึ่งความเชื่อนี้มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ้น (พ.ศ. ๖๘๕ – ๙๖๓)   โดยบันทึกอยู่ในหนังสือชื่อ《搜神记》ต่อมาในหนังสือ 《列仙全传》สมัยราชวงศ์เหยฺวียน 《元朝》 (พ.ศ. ๑๗๔๙ – ๑๙๑๑)  ได้พัฒนาฐานะของจ้าวกงหมิงจาก “เทพแห่งโรคระบาดทั้ง ๕” 《瘟神》 เป็น ๑ ใน ๘  แม่ทัพผี  โดยที่ “แม่ทัพผีทั้ง ๘”  《八部鬼帅》 นั้น  แต่ละตน  มีผีที่คอยทำให้เกิดโรคระบาด  และทำร้ายมนุษย์  เป็นบริวารมากกว่า ๑๐๐ ล้านตัว

 

ต่อมาในรัชสมัย “หย่งเล่อ” 《永乐》 แห่งราชวงศ์หมิง  《明朝》 (พ.ศ. ๑๙๔๖ – ๑๙๖๗) “สฺวี่จงหลิน” 许仲琳 ได้อธิบายความ  เรื่องของจ้าวกงหมิง  ไว้ในนิยายเรื่อง “ห้องสิน”  《封神演义》 ความว่า   จ้าวกงหมิงเป็นคนในรัชสมัย “โจ้วหวาง” 《纣王》(ก่อนพ.ศ. ๕๕๖ – ๕๒๓ปี)  บำเพ็ญพรตอยู่ที่เขาเอ้อเหมยซาน 《峨眉山》 (เขาง๊อไบ๊)  ต่อมาลงจากเขา  เพื่อช่วยโจ้วหวางรบกับ “โจวอู่หวาง”  《周武王》 แต่แพ้พ่ายตายในที่รบ  ดวงวิญญาณถูกกักในสุสานเทพ  เมื่อสิ้นสงคราม  เจียงจื่อหยา 《姜子牙》เปิดผนึกสุสาน สถาปนาจ้าวกงหมิงเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ มีตำแหน่งที่ 《金龙如意正一龙虎玄坛真君》มีเทพแห่งโชคลาภเป็นบริวารอีก ๔ องค์คือ เทพนำทรัพย์  “เซียวเซิง”《招宝天尊萧升》,  เทพรับทรัพย์ “เฉาเป่า” 《纳珍天尊曹宝》, ทูตนำโชค “เฉินจิ่วกง” 《招财使者陈九公》และ ขุนนางการค้า “เหยาเอ่ออี้” 《利市仙官姚迩益》รวมทั้งสิ้นเป็น  “เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง ๕”  《五路财神》







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:18 ] User

เทพ “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》ยังมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ  อาทิเช่น “จ้าวสฺวียนถาน”  《赵玄坛》 , “จ้าวเหยฺวียนส้วย”  《赵元帅》 (แม่ทัพจ้าว)  ในสมัยราชวงศ์หมิง 《明朝》 (พ.ศ. ๑๑๙๑ – ๒๑๘๗)  ศาสนาเต๋า สถาปนาท่านเป็นที่  《金龙如意正一龙虎玄坛真君》ถือเป็น ๑ ใน ๔ แม่ทัพสวรรค์  อันประกอบไปด้วย “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》, แม่ทัพ “หม่า”《灵官马元帅》,  “กวนอู” 《关羽》และ “เวินเฉฺวียงเหอ”《温琼合》

 

ทั้งนี้วันเกิดของ “จ้าวกงหมิง”  《赵公明》นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น คือขึ้น ๑๕ เดือน ๓ จันทรคติจีนแล้ว  บางแห่งยังระบุว่าจ้าวกงหมิงเกิดในวันขึ้น ๒๒ ค่ำเดือน ๗ จันทรคติจีน ขณะที่บางแห่งระบุว่า เกิดในวันขึ้น ๕ ค่ำเดือนอ้าย  จันทรคติจีน โดยในส่วนที่กล่าวว่าเกิดในวันขึ้น ๕ ค่ำเดือนอ้าย  จันทรคติจีนนั้น  เล่ากันว่าแท้จริงแล้วเป็นวันเกิดของเศรษฐีคนหนึ่งในสมัยราชวงศ์ซ่ง  《宋朝》  (พ.ศ. ๑๕๐๒ – ๑๘๑๑) ที่ชาวบ้านล่ำลือกันว่า  เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภกลับชาติมาเกิด ........

 

 

 

๒. “เถาจูกง”  《陶朱公》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:19 ] User

“เถาจูกง”  《陶朱公》 มีชื่อจริงว่า “ฝั้นหลี่”  《范蠡》  แซ่ “ฝั้น”  《范》  ชื่อ “หลี่”  《蠡》  ฉายา “ส่าวป๋อ”  少伯  เป็นชาวแคว้นฉู่ 楚国  (ปัจจุบันอยู่ในเขตมณฑลเหอหนาน 河南 ) เกิดในปี พ.ศ. ๗

 

“ฝั้นหลี่”  《范蠡》เกิดมายากจน  แต่สติปัญญาเกินคน  เมื่อเยาว์วัยเรียนรู้สรรพวิทยามากมาย ปีพ.ศ. ๔๗  เมื่ออายุได้ ๔๐ปี  แคว้นเยฺว่  越国  และแคว้นอู๋  吴国 เกิดข้อพิพาทรบพุ่งกัน  อู๋หวาง (ประมุขแคว้นอู๋) ตายในที่รบ  แคว้นอู๋แค้นมาก  แต่นั้นมาหลายปี  เกิดการรบติดพันต่อเนื่อง ต่อมาเยฺว่หวาง  (ประมุขแคว้นเยฺว่)  รบแพ้  พาทหาร ๕,๐๐๐  ไปติดที่ซอกเขา  เมื่อหมดทางหนี   ฝั้นหลี่จึงออกอุบายแกล้งยอมแพ้  ฝั้นหลี่ยอมสละตัวเอง  เพื่อเป็นเชลยอยู่ที่แคว้นอู๋  ๓ ปี







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:20 ] User

๓ ปีต่อมา  ฝั้นหลี่กลับสู่ แคว้นเยฺว่  วางแผนทำลายแคว้นอู๋ ๙ ประการ ๑ในนั้นคือ “แผนสาวงาม”  ฝั้นหลี่ออกตามหาสาวงามด้วยต้นเอง  หญิงคนนั้นก็คือสาวงามในประวัติศาสตร์  นาม “ซีซือ” 西施(คนไทยเรียกตามสำเนียงฮกเกี้ยนว่า “ไซซี” ซึ่งจริงๆแล้ว “ซีซือ” เป็นเพียงฉายา จริงๆ แล้วซีซือมีนามจริงว่า  “ซืออี๋กวาง” 施夷光  ) 

 

ซีซืออุสาหะศึกษาศิลปะหลายหลายแขนง  ไม่ว่าจะเป็นวาดภาพ, แต่กลอน, เดินหมาก, ร่ายรำ, เล่นดนตรี ฯลฯ  ทั้งนี้ก็เพื่อแผนการนี้  ฝั้นหลี่นำซีซือไปถวายอู๋หวางๆ  พอพระทัยมาก  ตั้งแต่นั้นก็ลุ่มหลงซีซือ  จนค่อยๆละเลยราชกิจ  ทำให้แคว้นอู๋อ่อนแอลงเรื่อยๆ  ขณะเดียวกัน  ฝั้นหลี่ที่อยู่แคว้นเยฺว่  ก็บริหารแคว้นเยฺว่ให้เจริญรุ่งเรือง  ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  หรือด้านกำลังทหาร  และอาวุธยุทโธปกรณ์

 

เวลาผ่านไป ๒๐ กว่าปี  ในปีพ.ศ. ๗๐   ฝั้นหลี่อายุได้ ๖๓ ปี   แผนการก็บรรลุผล  ในที่สุดก็ทำลายแคว้นอู๋ได้สำเร็จ  ท่ามกลางการเลี้ยงฉลองของชาวแคว้นเยฺว่   ฝั้นหลี่รู้ดีว่าธรรมชาติของมนุษย์  เมื่อขึ้นสู่อำนาจ  ย่อมตระหนี่หวงแหนไม่ให้คนอื่นมาทัดเทียม  นั่นหมายความว่าเป้าหมายต่อไปของเยฺว่หวางก็คือ  “ฝั้นหลี่”   ด้วยเหตุนี้ฝั้นหลี่จึงสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มี  หลบหนีไปในคืนนั้นเอง  และก็เป็นไปตามคาด  เยฺว่หวางคิดจะกำจัดฝั้นหลี่จริงๆ  แต่ทว่ากว่าเยฺว่หวางจะรู้ตัว    ฝั้นหลี่ก็หนีไปไกลแล้ว

 

ต่อมาฝั้นหลี่และครอบครัว  ไปตั้งรกรากอยู่ที่แคว้นฉี 齐国 เปลี่ยนชื่อเป็น “ชืออี๋จื่อผี”  鸱夷子皮ทำอาชีพเกษตรกรรมและทำการค้า  ไม่กี่ปีต่อมาร่ำรวยจนเป็นที่เลื่องลือ  เป็นที่ยกย่องของคนทั้งหลาย  ชืออี๋จื่อผีมักกล่าวว่า “เขาไม่ได้ยกย่องเรา  หากแต่ยกย่องเงินของเรา”  จนเมื่อไปถึงหูของ “ฉีหวาง” (ประมุขแคว้นฉี)  ฉีหวางเชิญชืออี๋จื่อผี  มาเป็นอำมาตย์ช่วยบริหารบ้านเมือง  แต่ชืออี๋จื่อผี กลับไม่ยินดี  ทั้งนี้ด้วยเห็นว่าตนถึงจุดสูงสุดในชีวิต  เกรงว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปครอบครัวจะไม่ปลอดภัย  จึงมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมด  ให้เพื่อนและชาวบ้าน  แล้วพาครอบครัวหลบหนีไปอยู่ที่ “ติ้งเถา” 定陶

 

อยู่ “ติ้งเถา” 定陶(ปัจจุบันอยู่ในเขตมณฑลซานตง 山东 )ได้ไม่นาน  ก็ทำการค้าจนร่ำรวย  ประชาชนยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ  มีฉายาว่า “เถาจูกง”  《陶朱公》 .......

 

 

๓. “ไฉ่ป๋อซิงจวิน”  《财帛星君》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:21 ] User

“ไฉ่ป๋อซิงจวิน”  《财帛星君》 มีอีกชื่อว่า “เซิงฝูไฉ่เสิน” 增福财神ไม่สู้มีประวัติเท่าใดนัก  มักทำรูปเคารพเป็นชายในชุดขุนนางฝ่ายบุ๋น  ท่านมีของวิเศษคือ  “กล่องมหาสมบัติ”  聚宝盆 มักมาพร้อมกับเทพทั้ง ๓  คือ “ฝู”   , “ลู่” และ “โซ่ว”  寿  (ฮกลกซิ่ว)  มักประดับรูปของท่านไว้บูชาในช่วงตรุษจีน  เชื่อกันว่าจะทำให้มีโชคลาภ

 

 

๔. “กวนอู”  《关羽》







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:25 ] User

ตามประวัติที่พบบนแผ่นจารึกป้ายสุสานของกวนอู   《关羽》 (ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า “กวานอฺวี่”)  ที่ค้นพบในการบูรณะบ่อน้ำ  ที่เมือง  “เซี่ยโจว”  解州  ในรัชสมัยคังซี 《康熙》แห่งราชวงศ์ชิง  (พ.ศ. ๒๒๐๕ – ๒๒๖๖) ระบุว่า กวนอู  เป็นชาวเมืองปิงโจวอำเภอเหอตง  《河东并州 (ปัจจุบันอยู่ในเขตมณฑลซานซี 山西 )  เกิดเมื่อวัน ๒๔ ค่ำ  เดือน ๖  จันทรคติจีน  ในปี “เอี๋ยนซี”  延熹ที่ ๓  (พ.ศ. ๗๐๓) ในรัชสมัยของพระเจ้าฮั่นหวนตี้ 汉桓帝 บิดาชื่อ “กวานอี้”  关毅 ปู่ชื่อ   “กวานเสิ่น” 关审

 

กวนอู  อายุ ๑๗ ปีแต่งงาน  อายุ ๑๘ ปีให้กำเนิดลูกชายคนแรกชื่อ “กวานผิง” 关平(ออกเสียงตามสำนวนจีนฮกเกี้ยนว่า “กวนเป๋ง”  ในนิยายเรื่องสามก๊กระบุว่า กวานผิงเป็นบุตรบุญธรรมของกวนอู  ซึ่งในความจริงแล้วกวานผิงเป็นลูกแท้ๆของกวนอู) ต่อมาอายุ ๑๙ ปีพลั้งมือฆ่าพ่อค้าเกลือตาย  จึงหนีไปเหอเป่ย  เมืองจฺวอโจว  河北涿州ได้พบและสาบานเป็นพี่น้องกับ “หลิวเป้ย”  刘备 (เล่าปี่)  และ “จางเฟย”  张飞 (เตียวหุย)  ร่วมแผนการฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น  ต่อมาอายุ ๔๐ ปีได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นที่ “โซ่วถิงโหว”  寿亭侯  , อายุ ๔๙ ปีเป็นที่ “เซียงหยางไท่โส่ว”  襄阳太守 และ “ตั้งโค่วเจียงจฺวิน”  荡寇将军 , อายุ ๕๔ ปีเป็นที่ “ต่งตูจิงโจวซื่อ”  董督荆州事 และเสียชีวิตลงในปีพ.ศ. ๗๖๒  สิริอายุได้ ๕๙ ปี

 

ตามความเชื่อนั้น  ในหนังสือ  《三教同原录》  ที่เขียนขึ้นในรัชสมัยคังซี 《康熙》แห่งราชวงศ์ชิง  (พ.ศ. ๒๒๐๕ – ๒๒๖๖) ระบุว่า  แต่เดิมกวนอูเป็นเทพมังกร  รัชสมัยของพระเจ้าฮั่นหวนตี้ 汉桓帝 เมือง “เซี่ยโจว”  解州 เกิดแล้งน้ำ  กวนอูมีจิตสงสาร  จึงไปนำน้ำจากแม่น้ำ “หวงเหอ”   黄河 (คนไทยเรียกว่า “ฮวงโห”) มาช่วยชาวบ้าน  แต่กลับเป็นขัดต่อมติสวรรค์ จึงต้องมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาติที่เป็นกวนอู

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:26 ] User

 

กวนอูเป็นเทพที่ได้รับการนับถือมากที่สุดองค์หนึ่งของชาวจีน   ทั้งยังได้รับการยกย่องจากราชสำนักจีนทุกยุคทุกสมัย  โดยมีการสถาปนายศให้เรื่อยมา  ถึง ๓๒ ครั้ง  โดยครั้งล่าสุด ในปี “กวางซฺวี่” 光绪  ที่ ๕  (พ.ศ. ๒๔๒๒) พระเจ้า “ชิงเต๋อจง”  清德宗 แห่งราชวงศ์ชิง  ได้สถาปนายศให้กับท่าน  ซึ่งเป็นบรรดาศักดิ์ที่มีความยาวถึง ๒๖ พยางค์ โดยมีบรรดาศักดิ์เป็นที่ 忠义神武灵佑仁勇威显护国保民精诚绥靖翊赞宣德关圣大帝 และถือเป็นบรรดาศักดิ์ที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

ในแง่ความเชื่อทางศาสนากวนอูเป็นเทพที่ได้รับการยกย่องจากทั้ง ๓ ศาสนาของจีนคือ ศาสนา “หรู” 儒教 (ศาสนาขงจื่อ), ศาสนาเต๋า 道教  และพุทธศาสนามหายาน 大乘佛教ซึ่งแม้ว่าชาวจีนจะมีเทพมากมาย  แต่เทพที่ได้รับการยกย่องทั้ง ๓ ศาสนานี้กลับมีไม่มากนัก 

 

ศาสนา “หรู” 儒教 (ศาสนาขงจื่อ) ยกย่องท่านเป็น ๑ ใน ๕ เทพ “เหวินชาง” เฉลิมพระนามเป็นที่  文卫圣帝 นอกจากนี้ยังขนามพระนามท่านว่า  山西夫子 และ  关圣帝君 อีกด้วย

 

ศาสนาเต๋า 道教สถาปนาท่านเป็นที่ 翊汉天尊 , 协天大帝 , 武安尊王 ,   恩主公, 武圣帝君, 三界伏魔大帝 , 帝君爷ฯลฯ 

 

ในเดือนพฤษภาคม  ปีพ.ศ. ๒๕๓๖  ที่หมู่บ้านไท่ซาน 泰山乡  เมืองไถเป่ย  台北(ไทเป) ประเทศไต้หวัน 台湾    มีการสถาปนาท่านเป็น  “เง็กเซียนฮ่องเต้”  (หยกหองไต่เต่) 《玉皇大帝》  องค์ที่ ๑๘  เฉลิมพระนามเป็นที่   玉皇大天尊玄灵高上帝》โดยมีพระนามโดยย่อว่า 《玄灵高上帝》ความเชื่อเรื่องที่กวนอูเป็นเทพสูงสุดมีต้นกำเนิดที่มณฑลเจียงหนาน 江南 (กังน้ำ)   ในสมัยตอนปลายราชวงศ์ชิง  ต่างชาติรุกรานประเทศจีน  ทั้งขุนนางต่างคดโกงรังแกประชาชน   จึงมีการยกย่องกวนอูเป็นเทพสูงสุด   ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์  และความเข้มแข็ง  เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวจีน  ในการต่อสู้กับต่างชาติ

 

พุทธศาสนามหายาน 大乘佛教สถาปนาท่านเป็นธรรมบาลในพระพุทธศาสนาที่  “สังฆารามโพธิสัตว์”伽蓝菩萨 ( เฉียหลันผูสะ)    โดยที่มาในเรื่องนี้นั้น   มีเรื่องเล่าว่า  ในสมัยราชวงศ์สุย 隋朝 (พ.ศ. ๑๑๒๔ – ๑๑๖๑) พระอาจารย์ “จื้อเจอะ” 智者大师 ผู้ก่อตั้งพุทธศาสนามหายานนิกาย “เทียนไถ”   天台宗  ธุดงค์มาที่เขา “อฺวี้เฉฺวียนซาน”  玉泉山 เมืองจิงโจว 荆州 (เกงจิ๋ว)  และเมื่อขณะนั่งวิปัสสนาอยู่นั้น  ก็บังเกิดเสียงร้อง  ของกวนอูอย่างโหยหวนว่า “เอาหัวข้าคืนมา...  เอาหัวข้าคืนมา...” (ทั้งนี้เพราะเมื่อตอนกวนอูถูกซุนกวนประหารนั้น  ซุนกวนได้ส่งศีรษะของท่านไปให้โจโฉ  จึงทำให้ต้องแยกฝังกันคนละที่) พระอาจารย์จื้อเจอะจึงตอบกลับไปว่า  “ว่าถ้าเช่นนั้น  คนมากมายที่ถูกเจ้าตัดหัว  เขาจะไปทวงหัวกับใคร?”  กวนอูได้ฟังดังนั้นก็พลันได้คิด  จึงปรากฏกายต่อหน้า  พระอาจารย์จื้อเจอะๆ  จึงกล่าวต่อไปว่า   “ชีวิตที่แท้  คือภาวะแห่งการรู้แจ้ง (โพธิจิต) หาใช่ร่างกายที่ไม่ยั่งยืน” กวนอูได้ฟังดังนั้นจึงแจ้งในธรรม  ตั้งปณิธานปรารถนาพุทธภูมิ  เป็นธรรมบาลในพระพุทธศาสนา  นอกจากนี้ยังมีบางแห่งที่กล่าวว่า  ท่านเป็นพระพุทธเจ้ามีพระนามที่   “พระนภาปฎลปุราณะพุทธเจ้า” 盖天古佛

 

เรื่องวันเกิดของเทพกวนอูตามความเชื่อทางศาสนานั้น  มีต่างกันไป  ศาสนาเต๋าเชื่อกันว่าเกิดในวันขึ้น ๒๔ ค่ำเดือน ๖ จันทรคติจีน (ซึ่งตรงกับจารึกที่กล่าวมาข้างต้น) นอกจากนี้บ้างก็เชื่อกันว่า  ท่านเกิดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ จันทรคติจีน บ้างก็ว่าเป็นวันขึ้น ๑๖ ค่ำเดือน ๑๒ จันทรคติจีน และถือกันว่าวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนอ้าย จันทรคติจีน เป็นวันที่ท่านขึ้นสู่สรวงสรรค์  ส่วนในทางพุทธศาสนามหายาน  เชื่อว่าท่านเกิดในวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือน ๕ จันทรคติจีน  ซึ่งในดังกล่าวนี้ศาสนาเต๋าเชื่อว่าเป็นวันเกิดของกวานผิง (ลูกชายคนโตของกวนอู)   ขณะที่จารึกที่กล่าวมาข้างต้นระบุว่าเป็นวันเกิดของ “กวานซิง”  关兴 (เป็นน้องชายของกวานผิง)

 

เทพเจ้ากวนอู  มีฐานะเป็นเทพสงคราม  และเทพแห่งการต่อสู้  แต่เนื่องจากท่านมีคุณธรรมสำคัญคือ  ความซื่อสัตย์จงรักภักดี  พวกพ่อค้าจึงเคารพบูชาท่าน  ทั้งยังประดิษฐานรูปเคารพของท่านไว้ในห้างร้านของตน  เพื่อเป็นการสื่อความหมายในเชิงสัญลักษณ์ว่า  กิจการการค้าของตนมีความซื่อสัตย์และเชื่อถือได้  ซึ่งทำให้ฐานะของท่านได้ถูกพัฒนามาเป็นเทพแห่งโชคลาภในเวลาต่อมา  นอกจากนี้ยังเชื่อกันกันว่าท่านยังมีความสามารถในการรักษาโรค  โดยทั่วไปในศาลบางแห่งของท่าน  จะมีเซียมซีเพื่อการเสี่ยงทายตำหรับยา (ยาสมุนไพรจีน) เพื่อการรักษาโรคอีกด้วย  ......

 

 

๕. “เสิ่นว่านซาน”  《沈万山》







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:27 ] User

“เสิ่นว่านซาน”  《沈万山》มีชื่อจริงคือ แซ่ “เสิ่น” 《沈》 ชื่อ “ฟู่”  (แปลว่า “ร่ำรวย”) ฉายา “จ้งหรง”   เกิดในปี “ต้าเต๋อ”  大德  ที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์เหยฺวียน 《元朝》  (พ.ศ. ๑๘๔๙)  บรรพบุรษเป็นชาว “หูโจว” 湖州

 

“เสิ่นว่านซาน”  《沈万山》เกิดในตระกูลเศรษฐีอันดับหนึ่งของเจียงหนาน 江南   จูเหยฺวียนจาง  朱元璋 ยืมเงินเพื่อเป็นทุนในการก่อการล้มล้างราชวงศ์เหยฺวียน   ต่อมาเมื่อการใหญ่สำเร็จ  จูเหยฺวียนจางสถาปนาราชวงศ์หมิง  《明朝》  ปราบดาภิเษกตนเองเป็นปฐมกษัตริย์  ทรงรำลึกถึงความชอบ  จึงสถาปนาเสิ่นว่านซานเป็นที่  “เจาไฉหวาง” 《招财王》(ท่านอ๋องนำโชค) 

 

“พระเจ้าหมิงไท่จู่” 明太祖

 

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:28 ] User

明太祖

 

 ความร่ำรวยของเสิ่นว่านซานเป็นที่เลื่องลือ  นอกจากจะเป็นเจ้าของทุนในการขับไล่มองโกล  ทั้งยังออกเงินในการบูรณะเมืองหนานจิง  南京 (นานกิง) จนถึงกับกล่าวกันว่า “รวยจนสามารถยึดราชบัลลังก์” ด้วยเหตุนี้จูเหยฺวียนจาง (ซึ่งในขณะนั้นได้สถาปนานเองเป็น “พระเจ้าหมิงไท่จู่” 明太祖  แล้ว) จึงไม่ค่อยพอพระทัย  และเกิดจิตริษยา  ออกอุบายเก็บภาษีจากเสิ่นว่านซานเป็นจำนวนมาก  จนท้ายที่สุดใส่ความเสิ่นว่านซานว่าจะก่อกบฏ  รับสั่งให้นำทหารล้อมบ้านเสิ่นว่านซาน  หมายจะสำเร็จโทษ  ร้อนถึงหวงโฮ่ว 皇后  (ฮองเฮา หรือก็คือ  มเหสีของจูเหยฺวียนจาง)  ต้องออกหน้าทูลร้องขอชีวิตให้เสิ่นว่านซาน  จึงทำให้เสิ่นว่านซานพ้นภัยครั้งนี้ไปได้

 

ตำนานเกี่ยวกับความร่ำรวยของเสิ่นวานซาน  ก็มีอาทิเช่น  เล่ากันว่า  บรรพบุรุษของเสิ่นว่านซานร่ำรวยเพราะไปเจอขุมสมบัติใต้ดิน  บ้างก็ว่าเป็นรู้วิชาเสกสิ่งต่างๆให้เป็นทองคำ  บ้างก็ว่าเสิ่นว่านซานมีของวิเศษคือ “กล่องมหาสมบัติ”  聚宝盆  ซึ่งสามารถบันดาลทรัพย์สินให้ได้มิรู้สิ้น

 

เสิ่นว่านซาน  เสียชีวิตลงในปี “หงอู่” 洪武 ที่ ๒๖ (พ.ศ. ๑๙๓๖) สิริอายุได้ ๘๘ ปี โดยที่ตระกูลเสิ่น  ยังเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลด้านเศรษฐกิจในสมัยราชวงศ์หมิง  《明朝》 (พ.ศ. ๑๑๙๑ – ๒๑๘๗)  ขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างยกย่องให้ “เสิ่นว่านซาน”  《沈万山》เป็น “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ”  《财神爷》นับแต่นนั้นป็นต้นมา ......

 

 

๖. “เหวินชางตี้จฺวิน”  《文昌帝君》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:31 ] User

นอกจาก เทพ “เหวินชางตี้จฺวิน”  《文昌帝君》 จะเป็นที่อำนวยประโยชน์ในด้านการศึกษา, งานประพันธ์, อักษรศาสตร์,  การรับราชการ  และการสอบเข้ารับราชการ (ฝ่ายพลเรือน) แล้ว  ท่านยังถือว่าเป็นเทพที่อำนวยผลในด้านโชคลาภอีกด้วย

 

ในทางดาราศาสตร์จีน “เทพเหวินชาง” คือ กลุ่มดาว “เหวินชาง” 《文昌》 ซึ่งประกอบด้วยดาว ๖ ดวง หรือในทางดาราศาสตร์ปัจจุบันก็คือ กลุ่มดาวมงกุฎเหนือ (Corona borealis) ซึ่งในทางวิชาพยากรณ์ของจีนถือว่าเป็นดาวมงคล ว่าถ้าดาวนี้ส่องแสง (ส่งผล) ต่อดวงชะตาของผู้ใด คนผู้นั้นจะมีมีสติปัญญาดี เชี่ยวชาญในภาษา, อักษรศาสตร์ และวิชาความรู้แขนงต่างๆ ตลอดจนถึงมีฐานะที่ร่ำรวย ซึ่งทั้งนี้จะมากน้อย หรือแตกต่างกันเพียงไร ขึ้นอยู่กับว่าดาว “เหวินชาง” นี้ส่งผลมากแค่ไหน และมีดาวร้ายมาบ่อนทำลายหรือไม่



[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:32 ] User

 

ในทางความเชื่อทางศาสนา  เล่ากันว่า  เทพเหวินชางมาอุบัติในโลกนี้ ๗๓ ชาติ  (บางแห่งกล่าวว่า ๑๗ ชาติ)  แต่ละชาติล้วนมั่งคั่งสูงศักดิ์มีปัญญา  เป็นที่พึ่งของชนทั้งหลาย    

 

ต่อมามีการนำเทพเหวินชาง  มารวมกับเรื่องราวของ “จางย่าจื่อ”  张亚子 โดยเชื่อกันว่า “จางย่าจื่อ”  เป็นเทพเหวินชางมาจุติ   ซึ่งตามประวัตินั้น  ในปี “หนิงคัง”  宁康  ที่ ๒ (พ.ศ. ๙๑๗)  จางย่าจื่อซึ่งสถาปนาตัวเองเป็นที่ “สู่หวาง” 蜀王 นำกำลังต่อต้านการรุกรานของ “เฉียนฉินฝูเจียน”  前秦苻坚 จนต้องตายในที่รบ  ชาวบ้านจึงสร้างศาลให้จางย่าจื่อ  เพื่อบูชากราบไหว้ที่ภูเขา “ชีฉฺวี่ซาน” 七曲山  ต่อมาสมัยราชวงศ์ถัง  สถาปนาให้จางย่าจื่อมีบรรดาศักดิ์เป็นที่ “จี้ซุ่นหวาง”  济顺王 และมีการสถาปนาท่านต่อมาเป็นลำดับ  จนถึงในปี  “เอี๋ยนโย่ว” 延祐 ที่ ๓ (พ.ศ. ๑๘๕๙) พระเจ้าเหยฺวียนเหรินจง  元仁宗 แห่งราชวงศ์เหยฺวียน  สถาปนาท่านเป็นที่ “ฝู่เหยฺวียนไคฮฺว่าเหวินชางซือลู่หงเหรินตี้จฺวิน”  辅元开化文昌司禄宏仁帝君 ซึ่งแต่เดิมนั้น  มีการสถาปนา “จางย่าจื่อ”  张亚子ให้เป็นเทพมีตำแหน่งที่ “จื่อถงตี้จิวิน” 梓潼帝君 และกลายมาเป็นเทพ “เหวินชางตี้จฺวิน”  《文昌帝君》ในที่สุด

 

นับแต่สมัยราชวงศ์เหยฺวียนเป็นต้นมา  การนับถือบูชาเทพเหวินชางก็เป็นที่แพร่หลาย  โดยศาลของท่านที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ ภูเขา “ชีฉฺวี่ซาน”  七曲山 ในมณฑล “ซื่อชวน” 四川 (เสฉวน)   และเชื่อกันว่าท่านสมภพในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๒ จันทรคติจีน  .......

 

 

๗. “เหวินฉฺวี่ซิงจฺวิน”  《文曲星君》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:32 ] User

 

เทพ “เหวินฉฺวี่ซิงจฺวิน”  《文曲星君》คือ ดาว“เหวินฉฺวี่”  《文曲》 ดาวเหวินชาง  และดาวเหวินฉฺวี่เป็นดาวคู่กัน  มีตำแหน่งอยู่ใกล้กัน  ทั้งคุณสมบัติก็ยังเหมือนกันคือ  เป็นดาวมงคลส่งผลในเรื่องการศึกษา, เอกสาร, หนังสือ, บทความ, ครูอาจารย์, โรงเรียนสถานศึกษา, ศิลปะและการดนตรี, การรับราชการและการสอบเข้ารับราชการ (ฝ่ายพลเรือน)  และยังเป็นดาวที่อำนวยผลในด้านโชคลาภอีกด้วย   เพราะเหตุนี้จึงมีเอกสารบางแห่งอธิบายว่าเป็นดาวดวงเดียวกัน

 

ดาว“เหวินฉฺวี่”  《文曲》เป็นดาวที่มีตำแหน่งใกล้กับดาวเหวินชาง  ในหนังสือ《春秋运斗枢》กล่าวว่า เป็นดาวลำดับที่ ๔ ในกลุ่มดาว “เป่ยโต้ว” 《北斗》 (ปักเต้า) หรือกลุ่มดาวหมีใหญ่  (Ursa major) ขณะที่บางแห่งกล่าวว่า  เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ไกล้ๆดาวเหวินชางและดาวเป่ยโต้ว  ซึ่งอาศัยข้อความที่กล่าวมาข้างต้น  ก็หมายความว่า  เทพ “เหวินฉฺวี่ซิงจฺวิน”  《文曲星君》ก็คือ เทพองค์ที่ ๔ ในคณะ ๙ เทพราชันย์  《九皇大帝》 (กิ้วหองไต่เต่)  นั่นเอง

 

นอกจากนี้เชื่อกันว่าเทพ “เหวินฉฺวี่ซิงจฺวิน”  《文曲星君》ยังลงมาจุติในโลกมนุษย์นี้หลายครั้ง เช่นเกิดเป็น “ปี่กาน”  《比干》 , “ฟั่นจ้งเอียน”  《范仲淹》 , “เปาเจิ่ง”  《包拯》 (เปาบุ้นจิ้น)  และ “เหวินเทียนเสียง”  《文天祥》 (ประวัติของเหวินเทียนเสียง  ติดตามอ่านได้ในบทความเรื่อง “ไต้ซ้องส่ามต่องอ๋อง” http://www.phuketvegetarian.com/borad/data/4/0123-1.html  โดยคุณเด็กฉายตึ๊ง)  โดยที่  “ปี่กาน”  《比干》 นั้นยังถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภอีกด้วย

 

“ปี่กาน”  《比干》เป็นบุคคลในสมัยราชวงศ์ซาง  《商朝》  ในจดหมายเหตุ “สื่อจี้” 史记 ระบุว่า  “โจ้วหวาง” 《纣王》 ซึ่งไม่ตั้งในธรรม  ทำให้เสื่อมอำนาจ  ขณะนั้น “ซีปอโห๋”   西伯侯》 กำลังสะสมอำนาจทางทหาร  ทำให้ขุนนางย้ายไปสวามิภักดิ์ด้วยมากมาย  ปี่กานซึ่งไม่เพียงเป็นเสนาบดีแห่งราชวงศ์ซาง   ยังเป็นพระเจ้าอาของโจ้วหวางอีกด้วย  จึงตักเตือนให้โจ้วหวางกลับตัวหลายครั้ง  แต่โจ้วหวางไม่เคยฟัง  คราหนึ่งปี่กานตักเตือนโจ้วหวาง  กล่าวว่า “แม้ตนจะตายก็ต้องตักเตือน”   โจ้วหวางพิโรธมาก  ตรัสว่า “ยินมาว่า  ผู้ทรงคุณธรรม  มีดวงหทัย ๗ ห้อง มาตรว่าเป็นความสัจจริง  เชิญพระเจ้าอานำออกมาให้หลานยล”  ปี่กานรู้อยู่เต็มอกว่าโจ้วหวางที่กล่าวเช่นนั้น  มิได้มีเจตนาจะขอดูหัวใจของตน  หากแต่เพื่อไม่ให้ปี่กานอบรมต่อไป  ปี่กานซึ่งมีฐานะเป็นเสนาบดีแห่งราชวงศ์ซาง  และเป็นพระเจ้าอาของโจ้วหวาง  รำลึกถึงการฝากฝังของพระเชษฐาธิราช (พระราชบิดาของโจ้วหวาง)  จึงตัดสินใจจะใช้ชีวิตของตน  สอนให้โจ้วหวางให้รู้สำนึกเป็นครั้งสุดท้าย  จึงเอามีดกรีดหมายจะควักหัวใจตน  จนถึงแก่ความตาย  ในหนังสือ  《晋安世谱校正序》  กล่าวว่า  เมื่อปี่กานถึงแก่กรรม  ลูกหลานได้ลี้ภัยไปอยู่ในภูเขาที่มีป่า  ต่อมา  “จีฟา” 《姬发》 บุตรแห่งซีปอโห๋ปราบดาภิเษกตนเองเป็นที่ “โจวอู่หวาง” 《周武王》   ได้โค่นล้มราชวงศ์ซางสำเร็จ  จึงสถาปนาปี่กานเป็นที่ “กฺว๋อเสิน” 国神 (แปลความได้ว่า เทพประจำอาณาจักร)  พระราชทานให้เป็นต้นแซ่ “หลิน” 《姓林》(แต่จิวออกเสียงว่า “ลิ้ม”  แปลว่า  ป่า)   ด้วยเหตุนี้จึงถือกันว่า ปี่กานเป็นต้นตระกูลของคนแซ่หลินหรือแซ่ลิ้ม  ขณะที่หนังสือ《姓纂》   ระบุว่า  เมื่อปี่กานถึงแก่กรรม  ลูกหลานได้ลี้ภัยไปอยู่ในภูเขาที่มีป่า  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงได้ใช้แซ่หลิน

 

“ปี่กาน”  《比干》

 

 

“สฺวี่จงหลิน” 许仲琳 ได้อธิบายความเรื่องนี้ไว้ในนิยายเรื่อง “ห้องสิน”  《封神演义》 ความว่า ปี่กานมีหัวใจ ๗ ห้องโดยกำเนิด  ต่อมาจิ้งจอก ๙ หาง  妲己 (ต๋าจี่)  บอกโจ้วหวางว่าอยากดู  สั่งให้ปี่กานควักออกมา  เคราะห์ดีว่า “เจียงจื่อหยา” 《姜子牙》 ได้ให้ปี่กานกินยันต์วิเศษไว้ก่อน  สามารถคุ้มครองอวัยวะภายใน  แม้ควักออกไปก็ไม่ตาย  เมื่อปี่กานควักหัวใจออกมา  จึงขี่ม้ากลับบ้าน  กลางทางพบหญิงชราขายผัก  ทราบว่าหญิงชราขาย “ผักไร้ใจ” ปี่กานถามหญิงชราว่า “ถ้าคนไร้ใจจักเป็นเช่นไร โดยมีกฎว่า  ถ้าหญิงชราตอบว่า  “คนไม่มีใจจักต้องตาย” ปี่กานก็จะต้องตาย  แต่ถ้าตอบว่า “คนไม่มีใจก็ไม่เป็นไร”  ปี่กานก็จะรอด  ทว่าปี่กานชะตาถึงฆาต  ถ้าหญิงชราตอบว่า  “คนไม่มีใจจักต้องตาย”  ปี่กานได้ฟังดังนั้นก็กระอักเลือดตกจากหลังม้าถึงแก่ความตาย  ต่อจากนั้นดวงวิญญาณถูกนำไปกักไว้ในสุสานเทพ  เมื่อสิ้นสงคราม  เจียงจื่อหยา เปิดผนึกสุสาน ได้สถาปนาปี่กานเป็นที่  เทพ “เหวินฉฺวี่ซิงจฺวิน”  《文曲星君》นอกจากนี้มีเกล็ดเล่าว่า  เมื่อปี่กานควักหัวใจแล้วสติก็มิค่อยสมประดี  เมื่อกลับบ้าน ก่อนจะตายได้นำทรัพย์สินมาแจกจ่ายแก่คนทั่วไป  ชาวบ้านจึงยกให้ท่านเป็นที่  “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ”  《财神爷》 .........

 

 

๘. “หลิวไห่ฉัน”  《刘海蟾》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:33 ] User

เทพ “หลิวไห่ฉัน”  《刘海蟾》แซ่ “หลิว” 《刘》 ชื่อ “เชา” นาม “จงเฉิง” 宗成 (บ้างก็ว่านาม “เจาเหยฺวียน” 昭元 ) ฉายา “ไห่ฉันจื่อ”  《海蟾子》 ในหนังสือ 《历世真仙体道通鉴》  ผูกที่ ๔๙   ระบุว่าท่านเป็นเสนาบดีในสมัย ๕ ราชวงศ์ 五代 (พ.ศ. ๑๔๕๐ – ๑๕๐๓ )  เล่ากันว่า  วันหนึ่งมีนักพรตคนหนึ่ง  เรียกตัวเองว่า “ฉุนหยางจื่อ” 《纯阳子》(ซึ่งก็คือลฺวี่ต้งปิน  《吕洞宾》นั่นเอง) มาขอบิณฑบาต เมื่อสนทนากันอยู่นั้น  ปรมาจารย์ลฺวี่ต้งปิงนั่งเก้าอี้สูงมาก  หลิวเชา  《刘กล่าวว่า  “ท่านอาจารย์นั่งแบบนี้อันตราย”  ลฺวี่ต้งปินตอบว่า  “ชีวิตของท่านเสนาบดีอันตรายยิ่งกว่าอาตมามากนัก”  หลิวเชาได้ฟังดังนั้นก็พลันได้คิด  ว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยลาภยศเป็นชีวิตที่จอมปลอม  ทั้งตำแหน่งสูงศักดิ์นั้นถ้าวันใดผิดพลาด  วันนั้นก็คือวันตาย  เมื่อคิดได้ดังนี้  เสนาบดีเฒ่าจึงลาออกจากราชการ  ไปบำเพ็ญพรตตามลำพัง

 

ว่ากันว่าท่านบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นเซียน  ร่างกายหวนคืนสู่ความเป็นเด็กหนุ่ม  ดังที่เราเห็นเป็นรูปเคารพในปัจจุบัน  ทั้งยังเล่ากันอีกว่า  ท่านได้พบ “จินฉัน”  《金蟾》 สั ตว์เทวะ  สั ตว์มีลักษณะคล้ายกบ  แต่มีเพียง ๓ ขา  ผิวมีสีทอง  ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าเป็นสัตว์นำโชค

 

“จินฉัน”  《金蟾》 สั ตว์เทวะ 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:34 ] User

เทพ “หลิวไห่ฉัน”  《刘海蟾》เป็น ๑ใน ๕ ปรมาจารย์ของศาสนาเต๋านิกาย “เฉฺวียนเจิน” 《全真》 (ในนิยายกำลังภายในเรื่อง “มังกรหยก” ที่ตีพิมพ์ในประเทศไทย  ออกเสียงนิกายนี้  ตามสำเนียงแต้จิ๋วว่า “ช้วนจินก่า”)   เชื่อกันว่าท่านเกิดในวัน ๑๔ ค่ำเดือน ๑๒ และขึ้นสวรรค์ในวัน ๑๕ เดือน ๖ จันทรคติจีน  .....

 

 

๙. “ฝูเต๋อเจิ้งเสิน”  《福德正神》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:35 ] User

เทพ  “ฝูเต๋อเจิ้งเสิน”  《福德正神》หรือ “ฮกเต็กเจี่ยสิน”  เป็นที่ใกล้ชิดมนุษย์มากที่สุดองค์หนึ่ง  และเป็นด้วยเหตุที่เป็นเจ้าที่  จึงมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์  โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภนั้น  ถ้าขาดเทพฝูเต๋อเจิ้งเสินไปคงไม่สำเร็จ  คำว่า “ฝูเต๋อเจิ้งเสิน”  แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ “ฝูเต๋อ”  《福德》  และ “เจิ้งเสิน”  《正神》โดยคำว่า “ฝูเต๋อ”  เป็นนามของท่าน  ส่วนคำว่า “เจิ้งเสิน” เป็นคำยกย่อง  โดยศาสนาเต๋าแบ่งเทพออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ  คือ “เจิ้งเสิน”  《正神》คือเทพที่ดีงามและ“ปู๋เจิ้งเสิน”  《不正神》คือเทพที่นิสัยไม่ดีที่ชอบแกล้งและทำร้ายคน

 

เล่ากันว่าเทพ  “ฝูเต๋อเจิ้งเสิน”  《福德正神》แซ่ “จาง”《张》ชื่อ “ฝูเต๋อ”  《福德》เป็นขุนนางเก็บภาษีในสมัยราชวงศ์โจว  《周朝》 ท่านเกิดในวันขึ้น ๒ ค่ำเดือน ๒ จันทรคติจีน  ในปีที่ ๒ ของรัชสมัย “โจวอู่หวาง” 《周武王》(ก่อนพ.ศ. ๕๒๒ ปี)  และถึงแก่กรรมในปีที่ ๓ แห่งรัชสมัย “โจวมู่หวาง”  周穆王(ก่อนพุทธศักราช ๔๓๔ ปี) สิริอายุได้ ๑๐๒ ปี  (อายุตามตำนานที่กล่าวนี้  ถ้าบวกลบจากปีเกิด  และปีที่เสียชีวิต  ไม่น่าจะถูกต้อง)  ที่น่าแปลกคือ เมื่อท่านถึงแก่กรรมไปได้ ๓ วัน ศพท่านไม่มีการเปลี่ยนแปลง  มีขอทานคนหนึ่งเกิดเลื่อมไส  จึงนำหินมาก่อเพื่อเป็นศาลบูชาท่าน  ต่อมาเกิดร่ำรวย  ชาวบ้านจึงเคารพศรัทธาท่านมาก  อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า  มีครั้งหนึ่งอากาศหนาวหิมะตก  พี่น้องหญิงชายคนหนึ่ง  ซึ่งยากจนไม่มีบ้านจะอยู่  ท่ามกลางหิมะตก  น้องชายถอดเสื้อให้พี่สาวใส่เพื่อคลายหนาว ทันใดเทพ  “หนานเทียนเหมินต้าเซียนฝูเต๋อเจิ้งเสิน” 南天门大仙福德正神ก็ปรากฏกายขึ้นกลางท้องฟ้า  ช่วยเหลือพี่น้องคู่นั้นให้พ้นความหนาวเหน็บ  ต่อมาชายคนนั้น (คนน้อง) จึงสร้างศาลให้ท่านเพื่อทดแทนพระคุณ  ต่อมารัชสมัย “โจวอู่หวาง” 《周武王》(ก่อนพ.ศ. ๕๒๓ – ๕๒๐ ปี) สถาปนาท่านเป็นที่ “โฮ่วถู่” 后土ชาวบ้านทั่วไปเรียกท่านว่า “ถู่ตี้กง” 土地公 (โท้วเต่กง)  ..........

 

 

๑๐. “หู่เย๋”  《虎爷》

 







[ da0_sanqing - 5/02/2009 - 02:35 ] User

 

“หู่เย๋”  《虎爷》หรือ “เจ้าพ่อเสือ”  ตามสายการปกครอง  ท่านถือเป็นบริวารของเทพ  “ฝูเต๋อเจิ้งเสิน”  《福德正神》 ท่านจัดเป็นเทพประเภท “เจ้าที่” ประเภทหนึ่ง  มีหน้าที่คอยดูแลศาลเจ้า (อ๊าม) คนสมัยก่อนเชื่อกันว่า ท่านจะเอ็นดูเด็กเป็นพิเศษ  ว่าถ้าเด็กคนไหนขี้โรคเลี้ยงยาก  ก็จะพาไปศาลเจ้าแล้วไหว้ท่านยกเด็กคนนั้นให้เป็นลูกบุญธรรมของท่าน  เพื่อให้ท่านช่วยคุ้มครอง  และถ้าเด็กคนไหนเป็นคางทูม  ก็จะเขียนชื่อของท่าน (คือเขียนคำว่า “หู่”  《虎》 แปลว่า “เสือ”) ไว้ที่แก้ม เชื่อกันว่าจะทำให้หายได้  นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าท่านยังเป็นเทพที่สามารถอำนวยลาภผลได้  โดยกล่าวกันว่าพวกมีวิชา  จะเอาการดาษเงินกระดาษทองไปไหว้ท่าน  เพื่อเปลี่ยนจาก “เงินคนตาย” ให้กลายเป็น “เงินคนเป็น”  ซึ่งกล่าวกันว่านี่คือวิชาเรียกลาภประเภทหนึ่ง  .......

 

 

โดยทั่วไปถือกันว่า  เทพจ้าวกงหมิง  《赵公明》และกวนอู  《关羽》 เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภฝ่ายบู๊  《武财神》ทั้งนี้เพราะทั้ง ๒ ท่านนี้เป็นนักรบนั่นเอง  ขณะที่ถือกันว่าเทพไฉ่ป๋อซิงจวิน  《财帛星君》, เถาจูกง  《陶朱公》, เสิ่นว่านซาน  《沈万山》,เหวินชางตี้จฺวิน” 《文昌帝君》และเหวินฉฺวี่ซิงจฺวิน  《文曲星君》เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋น  《文财神》  นอกจากนี้ในสายที่นับถือเทพกุมารยังถือว่า  เทพเจ้าแห่งโชคลาภ  มีเทพกุมาร ๒ องค์เป็นบริวาร ซึ่งก็คือ กุมารนำโชค  《招财童子》  และกุมารเรียกทรัพย์  《进宝童郎》  นั่นเอง  ..........

 

 

 

 

........................




 
  Member ผู้โพส : da0_sanqing
สถานะ : สมาชิก

Reply : [ da0_sanqing ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
5/02/2009 - 17:13

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : cyberjoob - 5/02/2009 - 02:46 ] User

ขออนุญาติแชร์เรื่องสมัยชุนชิวเลียดก๊ก

พูดถึง 范蠡 ฟ่านหลี่ นั้น ตอนที่อู๋หวางรบชนะเย่ว์ อู๋อ๋องฟูชายต้องการโชว์เพาว์เวอร์ ไม่ฆ่าเย่ว์หวางโกวเจี้ยนแต่บีบครั้นให้ไปเป็นทาสตัวประกันอยู่แค้วนอู๋ แต่ฟ่านหลีเสนอตัวตามไปด้วย เพราะจะได้คอยเตือนสติโกวเจี้ยน และคอยวางแผนให้ข้างกาย เพื่อกลับมาล้างแค้นฟูชาย

พงศาวดารตอนนี้มันส์หยดติ่ง ผมชอบมาก โกวเจี้ยนทนลำบากอยู่สามปี ยอมกินขี้อู๋หวางฟูชายเพื่อให้ตายใจยอมปล่อยกลับเมืองเยว์ กลับมาก็ "กินน้ำดีขม ระทมนอนฝืน" (卧薪尝胆) เพื่อเตือนใจถึงความลำบากและการกอบกู้ชาติ

ฟ่านหลี เมื่อสามารถช่วยโกวเจี้ยนกอบกู้แคว้นเย่ว์ได้ ก็ปิ้งได้ว่า สำหรับโกวเจี้ยนนั้น ร่วมทุกข์ได้ แต่ร่วมสุขไม่ได้ เลยขอจรลี ลี้ออกจากแคว้นเย่ว์ดีกว่า อยู่ไปก็อาจจะเดทสะมอเร่ได้

ฟ่านหลี เมื่อออกจากโกวเจี้ยน ก็เปลี่ยนชื่อเป็น 陶朱公 โถวจูกงทำการค้าร่ำรวย การค้าที่ทำคือ การค้าขายยาสมุนไพร รวยแล้วยังแบ่งปันโดย ฟ่านหลี ได้เขียนหนังสือ โครตเหง้าศักราชของหนังสือพ่อรวยสอนลูก ฉบับภาษาจีน มีชื่อว่า 经商宝典 จิงซางปั่วเตี่ยน เป็นหนังสือแนะนำเคล็ดลับในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จร่ำรวยเหมือนเขา หนังสือเล่มนี้นักธุรกิจปัจจุบันก็ยังใช้อยู่นะครับ ไว้ว่างๆจะหามาให้ชม (มีแปลเป็นหลายภาษา)

ขอบพระคุณครับที่ให้โอกาสแชร์ เล่าสู่กันฟังสนุกๆ




[ cyberjoob - 10/02/2009 - 09:35 ] User
อ่า... น้องคนแซ่หลิม ได้โพสเรื่อง หลักการค้าของโถวจูกงไว้พอดีเลย
ตามลิงค์นี้เลยครับ

http://limfugui.multiply.com/photos/album/143/143

ขอบคุณครับ อ้าววว ขอให้รวยกันถ้วนหน้า ฮ่าๆ


[ da0_sanqing - 10/02/2009 - 12:36 ] User

คัมภีร์ที่โก๊หลิน (คิดว่าเป็นโก๊นะ  พอดีไม่เคยคุยกัน)  ลงไว้ในมัลติพลาย  แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน  คือ

 

อันแรกคือ  “หลักบริหารทรัพย์สิน ๑๒ ประการของเถาจูกง”  《陶朱公理财十二则》และ 

 

อันหลังคือ  “คัมภีร์การค้าของเถาจูกง”  《陶朱公商经》หรือ “หลักการค้า ๑๘ ประการของถาจูกง”《陶朱公经商十八则》

 

โดยในส่วนของคัมภีร์   “หลักบริหารทรัพย์สิน ๑๒ ประการของเถาจูกง”  《陶朱公理财十二则》นั้น  สันนิษฐานว่า  เป็นของที่แต่งขึ้นในภายหลัง  โดยยืมใช้ชื่อของเถาจูกง  (สังเกตจากการใช้ภาษา  ซึ่งวิธีการทางอักษรศาสตร์สามารถบอกเราได้)  ซึ่งการแต่งหนังสือขึ้นในภายหลัง  โดยยืมใช้ชื่อของบุคคลในประวัติศาสตร์  เป็นสิ่งที่สามรถพบได้  เช่นคัมภีร์  “พิชัยสงครามไท่กง”  《太公兵法》และคัมภีร์  “ดารา” 《星经》ที่ตรวจสอบแล้วว่าเป็นคัมภีร์ที่แต่งมาภายหลัง  อย่างไรก็ตามสิ่งที่มีประโยชน์  ไม่ว่าอย่างไรก็มีประโยชน์   โดยไม่ยกเว้นว่าจะเป็นคำพูด  หรือหนังสือที่ใครแต่งก็ตาม

 

ขอขอบคุณ โก๊หลิน และโก๊จุ๊บ  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลกับผมและผู้สนใจเรื่อยมาครับ ^.^




[ da0_sanqing - 10/02/2009 - 13:24 ] User

อ้อ…

 

กลับมาบอกว่า 

 

ขอขอบคุณ 

 

ทุกๆท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามด้วยนะครับ




 
  Member หัวข้อ : 0124-1 (No. 1)
ผู้โพส : cyberjoob สถานะ : สมาชิก

Reply Number 1 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 1
5/02/2009 - 02:46

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : Inwoำนวย - 6/02/2009 - 11:38 ] User
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลดีๆ


 
  Member หัวข้อ : 0124-1 (No. 2)
ผู้โพส : Inwoำนวย สถานะ : สมาชิก

Reply Number 2 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 2
6/02/2009 - 11:38

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0124-1 | ตอบ : 2 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


WYSIWYG form OTHER form     phuketvegetarian.com  
  แสดงความคิดเห็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภในศาสนาเต๋า  
      Cut Copy Paste Bold Italic Underline Left Justify Centre Justify Right Justify Unordered List Outdent Indent Add Hyperlink
PHP infoBoard v.5 PERFECT

 
Thailand Hotels | Phuket Hotels | Bangkok Hotels
2005 - 2006 Phuket Vegetarian Festival, Phuket Thailand
Contact : Tel:+ 66 1 569 9076
Power by Phuketport.com Team