PHP infoBoard v.5 PERFECT
phuketvegetarian.com
 
ท้าวเวสสุวรรณ

[ สมาชิก : เสี่ยเล็ก - 18/05/2009 - 02:42 ] User

 

                     หลังจากหายไปหลายวันครับเพราะช้ำใจโดนคนที่เคยดีด้วยมา กล่าวคำว่าผมเป็น  นก2หัว ข้า2เจ้าบ่าว 2 นาย  ผมเข้าใจนะว่าเพื่อนๆสมาชิกคงรู้ว่าผมเป็นคนอย่างไร ตามที่....กล่าวอ้างหรือไม่ ผมใช้เวลาว่างๆจากการขายของลองค้นคว้าและหาบทความเที่เกี่ยวกับท้าวเวสสุวรณ หรือทางคติจีน เรียกท่านว่า โต้เหวน หรือ โต้บุ๋นอ๋อง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกันจริงๆมีความเหมือนและแตกต่างกันดังนี้ครับ

ตำนานไฉ่ซิงเอี้ยอ่านได้จาก

http://www.phuketvegetarian.com/borad/data/4/0066-1.html

ตำนานมหาจตุโลกบาลหาอ่านได้จาก

http://www.phuketvegetarian.com/borad/data/4/0059-1.html

                           แต่ที่จะนำเสนอวันนี้เป็นความเหมือนที่แตกต่างกันของ 1ใน 4 จตุโลกบาล ผู้เป็นเจ้าของทางทิศเหนือครับเพราะเดี๋ยวนี้มีความเข้าใจผิดๆและนำมาซึ่งพุทธพาณิชย์กันมากขึ้น ซึ่งจะหยิบยกในประเดิน ท้าวเวสสุวรรณครับ  ลองอ่านและเปรียบเทียบดูนะครับ ระหว่างท้าวเวสสุวรรณ โต๋บุ๋นอ๋อง  ธนบดี และอีกมากมายแล้วลองพิจรณากันนะครับว่าใช่องคืเดียวกันเปล่า ส่วนตัวผมคิดว่า เทพพิทักษ์ทิศเหนือนั้นเป็นตำแหน่งแต่ว่าความเชื่อแต่ละที่มีความแตกต่างกันครับ

 




 
  Member ผู้โพส : เสี่ยเล็ก
สถานะ : สมาชิก

Reply : [ เสี่ยเล็ก ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
18/05/2009 - 02:42

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เสี่ยเล็ก - 18/05/2009 - 02:45 ] User

 

                         ท้าวกุเวร หรือ ท่านท้าวเวสสุวรรณ นั้น ส่วนมากเราจะพบเห็นในรูปลักษณ์ของยักษ์ ยืนถือกระบองยาว หรือ คทา (ไม้เท้าเป็นรูปกระบอง) กันซะส่วนใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ยังมีรูปเคารพของท่านในรูปของชายนั่งในท่า มหาราชลีลา มีลักษณะอันโดดเด่นคือ พระอุระพลุ้ย(พุงพลุ้ยครับ)  ที่ปรากฎในรูปเช่นนั้นเพราะเชื่อกันว่าท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและทรัพย์สิน(ซึ่งทำให้มีที่มาของความเชื่ออีกอย่างคือท่านคือไฉ่ซิงเอี้ย)

แต่ส่วนมากในทางไสยศาตร์จะเคารพท่านในรูปแบบของยักษ์ถือกระบองมากสังเกตุได้ตามหน้าวัดบางแห่งจะมียักษ์ถือกระบองเฝ้าทางเข้าครับ เพราะถือว่าท่านเป็นเจ้าแห่งยักษ์และภูติผีปีศาจซึ่งครั้งสมัยพุทธกาล ยักษ์และภูติผีปีศาจมักจะคอยมารบกวนเวลาพระบวชใหม่หรือพระที่ยังมีญาณที่ไม่แก่กล้า จึงเป็นที่มาของท้าวเวสสุวรรณมอบมนต์ภาณยักษ์ถายแด่พระพุทธองค์ เพราะยักษ์หรือภูติผีปีศาจจะเกรงกลัวท้าวเวสุวรรณในฐานะเจ้าแห่งยักษ์และผีครับ

 

                        ใน “สารานุกรมไทย” ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ 3 หน้า 1439  ได้กล่าวถึงท้าวเวสุวรรณไว้ดังนี้ครับ

                         กล่าวถึง ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณ ไว้ว่า กุเวร-ท้าว พระยายักษ์ผู้เป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ มียักษ์ และคุยหกะ (ยักษ์ผู้เฝ้าขุมทรัพย์) เป็นบริวาร ท้าวกุเวรนั้น บางทีก็เรียกว่า ท้าวไวศรวัน (เวสสุวรรณ) ภาษาทมิฬ เรียก กุเวร ว่า กุเปรัน ซึ่งมีเรื่องอยู่ในรามเกียรติ์ว่า เป็นพี่ต่างมารดาของ ทศกัณฐ์ และทศกัณฐ์ไปแย่งบุษบก ของท้าวกุเวรไป ท้าวกุเวรมีรูปร่างพิการ ผิวขาว มีฟัน 8 ซี่ และมีขาสามขา (ภาพท้าวเวสสุวรรณจึงมักเขียนท่ายืนแยงแย ถือไม้กระบองยาว อยู่หว่างขา) เมืองท้าวกุเวร ชื่อ อลกาอยู่ บนเขาหิมาลัย มีสวนอุทยานอยู่ไหล่เขาแห่งหนึ่ง ของเขาพระสุเมรุ ชื่อว่า สวนไจตรต หรือ มนทร มีพวกกินนร และคนธรรพ์เป็นผู้รับใช้ ท้าวกุเวรเป็นโลกบาล ประจำทิศเหนือ จีน เรียกว่า โต้เหวน หรือ โต้บุ๋น ญี่ปุ่น เรียก พสมอน

                           ท้าวกุเวรนี้ สถิตอยู่ยอดเขายุคนธรอีสานราชธานี มีสระโกธาณีใหญ่ 1 สระ ชื่อ ธรณี กว้าง 50 โยชน์ ในน้ำ ดารดาษไปด้วยประทุมชาติ และคลาคล่ำไปด้วย หมู่สัตว์น้ำต่างพรรณ ขอบสระมีมณฑป ชื่อ ภคลวดี กว้างใหญ่ 12 โยชน์ สำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ปกคลุมด้วยเครือเถาภควดีลดาวัลย์ ซึ่งมีดอกออกสะพรั่งห้อยย้อยเป็นพวงพู ณ สถานที่นี้ เป็นสโมสรสถาน ของเหล่ายักษ์บริวาร และยังมีนครสำหรับเป็นที่แปรเทพยสถานอีก 10 แห่ง ท้าวกุเวรมียักษ์ เป็นเสนาบดี 32 ตน ยักษ์รักษาพระนคร 12 ตน ยักษ์เฝ้าประตูนิเวศ 12 ตน ยักษ์ที่เป็นทาส 9 ตน

นอกจากนี้ยังมีกล่าวว่า ท้าวเวสสุวรรณยังมีกายสีเขียว สัณฐานสูง 2 คาวุต ประมาณ 200 เส้น มีอาวุธเป็นกระบอง มีพาหนะ ช้าง ม้า รถ บางทีปราสาท อาภรณ์มงกุฎประดับรูปนาค ดำรงอิสริยศเป็นเจ้าแห่งยักษ์ มีบริวารแสนโกฏิ ถือโล่แก้ว ประพาฬ หอกทอง

 




 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 1)
ผู้โพส : เสี่ยเล็ก สถานะ : สมาชิก

Reply Number 1 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 1
18/05/2009 - 02:45

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เสี่ยเล็ก - 18/05/2009 - 02:52 ] User

 

ความเชื่อตามลัทธิศาสนาพราหมณ์

                         กล่าวถึงประวัติของท้าวเวสสุวรรณไว้ว่า ทรง เป็นโอรสของ พระวิศรวิสุมนี กับ นางอิทาวิทา แต่ในมหาภารตะว่า เป็นโอรสของพระปุลัสต์ ซึ่งเป็นบิดาของ พระวิศรวัส กล่าวว่า ด้วยเหตุที่ท้าวกุเวร ใฝ่ใจกับท้าวมหาพรหม เป็นเหตุทำให้บิดาโกรธ จึงแบ่งภาคเป็น พระวิศวรัส หรือ มีนามหนึ่งว่า เปาลัสตยัม ซึ่งรามเกียรติ์ไทยเรียกว่า ลัสเตียน

                          ท้าวลัสเตียน หรือ พระวิศวรัสซึ่งเป็นภาคหนึ่งของ พระวิศรวิสุมนี นั้น ได้นางนิกษา บุตรีท้าวสุมาลีรักษา เป็นชายา มีโอรสด้วยกันคือ ทศกัณฐ์ กุมภกรรณ พิเภก และ นางสำมะนักขา ดังนั้น ท้าวกุเวร จึงเป็นพี่ชายต่างมารดา และร่วมบิดาเดียวกับทศกัณฐ์ เหตุที่ท้าวกุเวรผิดใจกับผู้เป็นพ่อ เพราะไปฝักใฝ่กับท่านท้าวมหาพรหม ซึ่งเป็นเทวดา ทำให้ผู้เป็นพ่อ คือ พระวิศรวิสุมนีโกรธ เพราะถือทิฐิว่า ตนเป็นยักษ์ ที่เป็นเทวดาต่ำศักดิ์กว่า ไม่ควรไปยุ่งกับเทวดา ที่บนสวรรค์ชั้นสูงกว่า เห็นคนอื่นดีกว่าพ่อของตน ก็เลยแบ่งภาคออกไปมีเมียใหม่ ลูกใหม่ ซะเลย ที่ท้าวกุเวร มีใจฝักใฝ่กับท่านท้าวมหาพรหมนั้น เป็นเพราะท้าวกุเวรนั้น ต้องการบำเพ็ญตบะบารมี หรือ สร้างสมความดี ด้วยการเข้าฌาน และบำเพ็ญทุกรกิริยา นานนับพันปี จนท่านท้าวมหาพรหมโปรดปราน ประทานบุษบกให้ อันบุษบกนี้ หากใครได้ขึ้นไปแล้ว สามารถล่องลอยไปไหนมาไหนได้ตามต้องการ

                            เดิมทีนั้น ท้าวกุเวรครองกรุงลงกา ซึ่งมีพระวิศกรรม เป็นผู้สร้างให้ แต่นางนิกษา ได้ยุยงให้ทศกัณฐ์ ชิงกรุงลงกา มาจากท้าวกุเวร ทั้งยังชิงเอาบุษบกอันพระพรหมได้ประทานแก่ท้าวกุเวรมาด้วย ดังที่ได้บอกเอาไว้แล้วว่า บุษบกนี้ สามารถลอยไปไหนมาไหนได้ดังใจนึก แต่มีข้อห้ามมิให้หญิงที่ถูกสมพาส (แปลว่า การอยู่ร่วม การร่วมประเวณี) จากชาย 3 คน นั่ง ซึ่งต่อมานางมณโฑ ได้นั่งบุษบก จึงไม่สามารถ ที่จะลอยไปไหนมาไหน ได้อีกเลย สำหรับ นางมณโฑ ที่แต่เดิมเป็นนางฟ้า ที่พระอิศวรประทานให้กับทศกัณฐ์ ต้องกลายมาเป็นหญิงสามผัว ด้วยเหตุที่ว่า เมื่อทศกัณฐ์ได้รับตัวนางมณโฑจากพระอิศวรมาแล้ว ก็อุ้มพานางเหาะกลับมายังกรุงลงกา ขณะที่เหาะข้าม มาระหว่างทาง ได้เหาะข้ามเมืองขีดขิน ซึ่งมี “พาลี” เป็นเจ้าเมือง พาลีโกรธ ที่ทศกัณฐ์บังอาจ อุ้มหญิงสาว เหาะข้ามหัว โดยไม่เกรงใจ จึงเหาะขึ้นไปรบกับทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์สู้ไม่ได้ เพราะพาลีได้รับพร จากพระอิศวรว่า หากรบด้วยผู้ใด ศัตรูผู้นั้นจะมีกำลังลดลงครึ่งหนึ่ง หรือมีความสามารถลดน้อยกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง เมื่อทศกัณฐ์ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จึงถูกพาลีแย่งชิงเอานางมณโฑไปเป็นมเหสี ต่อมา เมื่อพาลีคืนนางมณโฑ ให้กับทศกัณฐ์แล้ว เมื่อตอนที่หุงน้ำทิพย์ “หนุมาน” ได้เข้าไปทำลายพิธี โดยปลอมตัวเป็นทศกัณฐ์ แล้วร่วมสังวาส กับนางมณโฑ นางมณโฑ จึงเป็นหญิงที่ผ่านการสมพาสชายมาถึง 3 คน คือ พาลี ทศกัณฐ์ และ หนุมาน เมื่อทศกัณฐ์ ให้นางมณโฑ ขึ้นนั่งบุษบกนี้ทีหลัง บุษบกก็เกิดการขัดข้องทางเทคนิค ไม่ลอยไปไหนมาไหน ตามต้องการ เหมือนเก่า

                              ครั้นเมื่อท้าวกุเวรต้องเสียกรุงลงกาไปแล้ว ท้าวมหาพรหมท่านก็สร้างนครให้ใหม่ ชื่อ “อลกา” หรือ “ประภา” อันตั้งอยู่ที่เขาหิมาลัย มีสวนชื่อ “เจตรรถ” อยู่บนเขามันทรคีรี อันเป็นกิ่งแห่งเขาพระสุเมรุ บ้างก็ว่า ท้าวกุเวร อยู่ที่เขาไกรลาส ซึ่งพระวิษณุกรรมเป็นผู้สร้างให้

 




 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 2)
ผู้โพส : เสี่ยเล็ก สถานะ : สมาชิก

Reply Number 2 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 2
18/05/2009 - 02:52

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เสี่ยเล็ก - 18/05/2009 - 02:55 ] User

 

เรื่องของท้าวเวสสุวรรณที่ปรากฏในพระไตรปิฏก

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 151

        บทว่า  เพราะฉะนั้น  มหาชนจึงเรียกท้าวกุเวรมหาราชว่า  ท้าวเวสวัณ  ดังนี้  มีเรื่องเล่าว่า  เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติ  ท้าวมหาราชนี้เป็นพราหมณ์  ชื่อ  กุเวร  ได้สร้างโรงหีบอ้อย  ประกอบเครื่องยนต์    เครื่อง
กุเวรพราหมณ์ได้ให้ผลกำไรซึ่งเกิดขึ้นที่โรงเครื่องยนต์แห่งหนึ่ง  แก่มหาชนที่มาแล้ว  มาแล้วได้กระทำบุญ.  ผลกำไรที่มากกว่า  ได้ตั้งขึ้นในที่นั้นจากโรงที่เหลือ  กุเวรพราหมณ์เลื่อมใสด้วยบุญนั้นจึงถือเอาผลกำไรที่เกิด
ขึ้น  แม้ในโรงที่เหลือ  ให้ท่านตลอดสองหมื่นปี.  เขาได้ถึงแก่กรรมไปเถิดเป็น  เทพบุตรชื่อกุเวร  ในสวรรค์ชั้นจาตุมมหาราชิกา.  ต่อมาได้ครองราชสมบัติในราชธานีชื่อ  วิสาณะ.  ตั้งแต่นั้น  จึงเรียกว่า  ท้าวเวสวัณ.

 

      พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต  -หน้าที่ 154

     ก็สมัยนั้นแล   นันทมารดา  อุบาสิกา   ชาวเมืองเวฬุกัณฏกะ  ลุกขึ้นในเวลาใกล้รุ่ง   สวดปารายนสูตรทำนองสรภัญญะ  สมัยนั้นท้าวเวสวัณมหาราชมีกรณียกิจบางอย่าง     เสด็จจากทิศอุดรไปยังทิศทักษิณได้ทรงสดับนันทมารดาอุบาสิกาสวดปารายนสูตรทำนองสรภัญญะประทับรอฟังจนจบ  ขณะนั้น  นันทมารดาอุบาสิกา   สวดปารายนสูตร ทำนองสรภัญญะจบแล้วนิ่งอยู่  ท้าวเวสสวัณมหาราชทรงทราบว่ากถาของนันทมารดาอุบาสิกาจบแล้ว  จึงทรงอนุโมทนาว่า   สาธุน้องหญิง   สาธุ  น้องหญิง  นันทมารดาอุบาสิกาถามว่า   ก่อนท่านผู้มีพักตร์อันเจริญ  ท่านนี้คือใครเล่า.

         เว.  ดูก่อนน้องหญิง  เราคือท้าวเวสสวัณมหาราช  ภาดาของเธอ. บทว่า  โก  ปเนโส   ภทฺรมุข  ความว่า  เพราะเสียงที่ดังถึงเพียงนี้  ก้องไปในที่ ๆ มีอารักขาไว้ดังนี้  นันทมารดาอริยสาวิกา ผู้บรรลุผล    แล้ว ปราศจากความเกรงกลัว  ปิดหน้าต่าง  มีสีเหมือนแผ่นทองคำ  กล่าวว่า  พ่อปากดี  พ่อปากงาม  ท่านนี้เป็นใคร  เป็นนาคหรือครุฑ  เป็นเทวดา  เป็นมาร  หรือเป็นพรหม  ดังนี้แล้ว   เมื่อจะกล่าวกับท้าวเวสวัณ  จึงกล่าวอย่างนี้.  บทว่า   อหนฺเต  ภคนิ  ภาตา   ความว่า ท้าวเวสวัณ       ทรงสำคัญพระอริยสาวิกาผู้เป็นพระอนาคามีว่าพี่
เพราะพระองค์เองเป็นพระโสดาบัน  จึงตรัสว่าภคินิพี่ท่าน   แล้วจึงสำคัญพระอริยสาวิกาผู้เป็นพระอนาคามีนั้นนั้นว่าเป็นน้องของพระองค์อีก  เพราะนางยังอยู่ในปฐมวัย  แต่พระองค์แก่กว่า  เพราะทรงมีพระชนมายุ    ล้านปีแล้ว  จึงตรัสเรียกพระองค์เองว่า  ภาตาพี่ชาย.

  พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๖ - หน้าที่ 365
  
                ในบทว่า  ราชาปิ  ต  เวสฺสวโณ   กุเวโร    นี้มีอธิบายว่า   ยักษ์นั้นชื่อว่าเป็นพระราชาเพราะอรรถว่าเป็นที่ยินดี    ชื่อว่า  เวสวัณ  เพราะครอง ราชสมบัติในวิสาณราชธานี.   พึงทราบว่า  ชื่อว่ากุเวรตามชื่อเดิม.   ได้ยินมาว่ายักษ์ชื่อกุเวรนั้นเป็นพราหมณ์มหาศาล   ทำบุญมีทานเป็นต้น    เกิดเป็นใหญ่ในวิสาณราชธานี  เพราะฉะนั้น  จึงเรียกว่า กุเวร.  ดังที่ท่านกล่าวไว้ในอาฏานาฏิย-สูตรว่า       
                                                                  
         กุเวรสฺส  โข  ปน  มาริสา มหาราชสฺส  วิสาณา นาม  ราชธานี ตสฺมา  กุเวโร  มหาราชา  เวสฺสวโณติ  ปวุจฺจติ.

ความว่า  ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย   ราชธานีชื่อว่าวิสาณะเป็นของท้าวกุเวรมหาราช เพราะฉะนั้น ท้าวกุเวรมหาราชจึงมีชื่อว่า เวสวัณ. 

                         ในพระสูตรที่ชื่อว่า “อาฏานาฏิยะ” กล่าวว่า ท้าวกุเวร ตั้งเมืองอยู่ในอากาศ ข้างทิศที่อุตรกุรุทวีป (เหนือ) และ เขาพระสุเมรุ ยอดสุทัศน์ (ที่เป็นผาทอง) ตั้งอยู่ มีราชธานี 2 ชื่อ คือ อาลกมันทา และ วิสาณา มีนครอีก 8 นคร

                          ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณนั้น ยังมีชื่ออีกหลายชื่อ เช่น ธนบดี หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ในทรัพย์ ธเนศวร หมายถึง ผู้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์ อิจฉาวสุ หมายถึง มั่งมีได้ตามใจ ยักษ์ราชหมายถึง เจ้าแห่งยักษ์ มยุราช หมายถึง เป็นเจ้าแห่ง กินนร รากษเสนทร์ หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ในพวกรากษส ส่วนในเรื่องรามเกียรติ์ เรียกท้าวเวสสุวรรณว่า ท้าวกุเรปัน

                           ตามหลักฐานในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ยืนยันว่า "ท้าวกุเวร" หรือ "ท้าวเวสสุวรรณ" เทวราชพระองค์นี้ ได้สำเร็จเป็น พระอริยบุคคลชั้นโสดาบันเมื่อครั้ง "จุลสุภัททะ ปริพาชก" เกิดความสงสัยในความเป็นมาแห่ง องค์สมเด็จ พระพุทธเจ้า ท่าน "ท้าวเวสสุวรรณ" องค์นี้แหละ ที่ได้เสด็จไปร่วมต้อนรับด้วย และ ยังเป็นประจักษ์พยาน เรื่องพระมหาโมคคัลลานะ ใช้เท้าจิกพื้นไพชยนตวิมาน ของพระอินทร์จนเกิดการ สั่นสะเทือนไป ทั้งดาวดึงส์ เทวโลก อันเป็นการเตือนสติสักกะเทวราชอีกด้วย และก็เชื่อกันตาม ฎีกามาลัยเทวสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม 1 ภาค 2 - หน้าที่ 435 ว่า "คทาวุธ" ของ "ท้าวเวสสุวรรณ" นั้น เป็นยอดศัสตราวุธ มีอานุภาพสามารถทำลายโลกใบนี้ให้เป็น จุณวิจุณภายในพริบตา

                           จะเห็นได้ว่า ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณนั้น ท่านเป็นเทพที่สำคัญยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง ที่พิทักษ์รักษา พระพุทธศาสนา ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ท่านท้าวสักกะเทวราช หรือ พระอินทร์เลยทีเดียว ตามวัดวาอารามต่าง ๆ จะมีรูปปั้นยักษ์ 1 ตน บ้าง 2 ตนบ้าง ยืนถือกระบองค้ำพื้น ส่วนมากจะมี 2 ตน เฝ้าอยู่หน้า ประตูโบสถ์ หรือ วิหารที่เก็บของมีค่า มีพระพุทธรูป และโบราณสมบัติล้ำค่าของทางวัดบรรจุอยู่ ด้านละ 1 ตน หรือไม่ก็บริเวณลานวัด หรือที่ที่มีคนผ่านไปมาแล้วเห็นโดยง่าย บ้างก็สร้างเอาไว้ในวิหาร หรือ ศาลาโดยเฉพาะก็มี ซึ่งยักษ์เหล่านั้น ถ้าเป็น ตนเดียว ก็จะหมายถึง รูปเคารพของท้าวเวสสุวรรณ แต่ถ้าเป็น 2 ตนก็จะเป็นบริวารของท่านท้าวเวสสุวรรณ คอยทำหน้าที่ ปกปักรักษา ดูแลบริเวณวัด

อ้างอิงจาก

http://www.dhammahome.com/

http://www.phuketvariety.com/

www.dvthai2.com/fuwong.htm

www.bp.or.th/webboard/index.php/topic,1689.0.html

http://www.udclick.com/home1/images/stories/mapdirectory/002.jpg

 




 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 3)
ผู้โพส : เสี่ยเล็ก สถานะ : สมาชิก

Reply Number 3 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 3
18/05/2009 - 02:55

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : อ๋องโป๊จ๋าย - 19/05/2009 - 07:20 ] User
ขอบคุณสำหรับ ข้อมูลครับผม คุณเสี่ยเล็ก แล้วก็ช่างมะแร่งกับ ไอ้ตัวไม่รู้คุณคนเลยครับ อโหสิ ๆ


 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 4)
ผู้โพส : อ๋องโป๊จ๋าย สถานะ : สมาชิก

Reply Number 4 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 4
19/05/2009 - 07:20

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : ซุงยี้ - 19/05/2009 - 15:44 ] User
ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ให้ครับ ระวังถูกอีแอบมาฉกอีกนะครับ ช่วยกันหยุดพฤติกรรมอุบาทว์ให้หมดไปจากสังคมนี้ และอย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล


 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 5)
ผู้โพส : ซุงยี้ สถานะ : สมาชิก

Reply Number 5 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 5
19/05/2009 - 15:44

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เสี่ยเล็ก - 20/05/2009 - 01:21 ] User

ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ผมครับ เดี๋ยวว่างๆจะหาเรื่องอะไรที่ว่ามีความเหมือนในความแตกต่างของเทพมาให้อ่านกันอีกครับ

เพราะเทพแต่ละที่อาจจะเป็นคนละองค์แต่มีตำแหน่งที่เหมือนกันทำให้คนเข้าใจคลาดเคลื่อนครับ ไว้เราค่อยๆมาศึกษาร่วมกันครับ




 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 6)
ผู้โพส : เสี่ยเล็ก สถานะ : สมาชิก

Reply Number 6 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 6
20/05/2009 - 01:21

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : ซุงยี้ - 20/05/2009 - 05:21 ] User
ดีครับ เพราะแต่ละประเทศก็มีเทพ หรือเทวดาที่ทำหน้าที่เหมือนกัน แต่เรียกคนละอย่าง พอต่างคนต่างถิ่นมาอยู่ร่วมกันก็กลายเป็นกลมกลืนกันไป และเพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อต่อองค์เทพที่คล้ายกัน จึงปรับให้องค์เทพเป็นองค์เดีนวกันไปโดยปริยาย


 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 7)
ผู้โพส : ซุงยี้ สถานะ : สมาชิก

Reply Number 7 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 7
20/05/2009 - 05:21

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : pon - 30/06/2009 - 08:47 ] User

ขอบคุณพี่ที่ให้ความรู้ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจจะให้พี่ให้ความรู้บ้างครับ




 
  Member หัวข้อ : 0150-1 (No. 8)
ผู้โพส : pon สถานะ : สมาชิก

Reply Number 8 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 8
30/06/2009 - 08:47

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0150-1 | ตอบ : 8 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


WYSIWYG form OTHER form     phuketvegetarian.com  
  แสดงความคิดเห็น ท้าวเวสสุวรรณ  
      Cut Copy Paste Bold Italic Underline Left Justify Centre Justify Right Justify Unordered List Outdent Indent Add Hyperlink
PHP infoBoard v.5 PERFECT

 
Thailand Hotels | Phuket Hotels | Bangkok Hotels
2005 - 2006 Phuket Vegetarian Festival, Phuket Thailand
Contact : Tel:+ 66 1 569 9076
Power by Phuketport.com Team