PHP infoBoard v.5 PERFECT
phuketvegetarian.com
 
ความรู้เรื่องฮู้

[ สมาชิก : da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:17 ] User

 

 

ฮู้ (ยันต์)

《符》

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:18 ] User

ฮู้ 《符》หรือ ยันต์ถือเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของชาวจีนที่คนทั่วไปสามารถเห็นได้จนเจนตา  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรม  เป็นการยากที่ระบุว่าฮู้มีต้นกำเนิดเมื่อใด  โดยตำนานบ้างก็ว่า  มีมาแต่สมัยผานกู่ 《盘古》 สร้างโลก  บ้างก็กว่าฝูซี 《伏羲》 เป็นผู้ให้กำเนิด  บ้างก็ว่าจิ่วเทียนสฺวียนนฺวี่  《九天玄女》เป็นผู้ให้กำเนิดสมัยเมื่อมาช่วยหวงตี้ 《黄帝》 บุกเบิกแผ่นดิน ซึ่งช่วงเวลาที่ตำนานทั้งหมดกล่าวถึงมานี้มานี้  มีอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 4,000 ปี  แต่นั่นก็เป็นเพียงตำนานหรือเทพนิยาย  ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้  จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์  ทำให้เราสันนิษฐานได้ว่า  ความเชื่อเรื่องฮู้น่าจะก่อตัวขึ้นในสมัย “ชุนชิวจ้านกว๋อ” 《春秋战国》 (ก่อนพ.ศ. 227 ปี – พ.ศ. 322)    

 

 ฮู้ถือกำเนิดก่อนที่ศาสนาเต๋าจะเป็นรูปร่าง และภายหลังได้ถูกจัดรวมเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของศาสนาเต๋า  โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของ 1 ใน 5 ศิลปะศาสตร์ของศาสนาเต๋า  จนถึงปัจจุบันเราสามารถแบ่งฮู้ออกได้เป็น 7 ลักษณะคือ

 

1. มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:19 ] User

2. มีลักษณะเป็นอักษรประดิษฐ์ โดยจะประดิษฐ์จากตัวอักษรจีน ซึ่งตัวอักษรที่มักใช้กันมากคือ   อฺวี๋ (ฝน)《雨》, กุ้ย (ผี) 《鬼》, ชื่อ (คำสั่ง)《敕》, เฟิ่ง (ประกาศิต) 《奉》ฯลฯ







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:21 ] User

3. มีลักษณะเป็นอักษรเฉพาะ  โดยอักษรประเภทนี้เป็นอักษรโบราณ (ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว) และอักษรบางตัวเป็นอักษรที่ใช้เฉพาะภายในศาสนาเต๋า  ซึ่งความหมายของอักษรเหล่านี้ (บางส่วน) สามารถหาได้ในพจนานุกรมภาษาจีนขนาดใหญ่สมัยก่อน  อาทิเช่น《道教大辞典》และ 康熙字典







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:22 ] User

4. มีลักษณะเป็นอักษรโดยปกติ







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:23 ] User

5.ประเภท “ตั่วฮู้”(สำเนียงจีนกลางออกเสียงว่า “ต้าฝู”) 《大符》ฮู้ประเภทนี้มีรายละเอียดมากใช้เขียนลงบนวัสดุที่มีขนาดใหญ่  และค่อนข้างทนทาน  เริ่มแรกนั้นมักเขียนลงในผืนผ้า  หรือแผ่นไม้  โดยนำแขวนบูชาไว้ในห้องพระ  หรือประดับในโถงรับแขก  ต่อมาภายหลังมีการประยุกต์โดยการนำไปเขียนลงบนผืนธงเทพธวัช  หรือ “เหล่งกี” 《令旗》 (อ่านเรื่อง “เหล่งกี – ประกาศิตฟ้า – บัญชากองทัพสวรรค์” ประกอบ http://www.phuketvegetarian.com/borad/data/9/0037-1.html  )







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:24 ] User

6. มีลักษณะเป็นแบบพิมพ์  โดยฮู้ประเภทนี้มักเป็นของศาลเจ้า  มักผลิตด้วยเหตุผลเพื่อความสะดวกและต้องการใช้ในปริมาณมากๆ  โดยอาจจะมีรูปของเทพเจ้า, ชื่อศาลเจ้า  ตลอดจนถึงสัญลักษณ์และวลีมงคลประกอบด้วย







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:25 ] User

7. มีลักษณะนอกแบบ  กล่าวคือเป็นฮู้นอกเหนือจากลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น  เป็นฮู้ที่เขียนขึ้นโดยไม่มีตำราที่สามารถอ้างอิงหรือรองรับได้  ฮู้ประเภทนี้มักเขียนโดยร่างทรง (ตั่งกี) โดยจะเขียนขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่เทพประทับทรง

 

โดยฮู้ทั้ง 7 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้น  มีเฉพาะประเภทที่ 4, 5 และ 6 เท่านั้น  ที่คนที่ไม่เคยศึกษาทางด้านนี้  ขอเพียงอ่านภาษาจีนออก  ก็สามารถทราบว่าฮู้ประเภทนี้มีไว้ใช้เพื่อการณ์สิ่งใด  และฮู้ประเภทที่ 6 นั้น  ศาสนาเต๋าสายเขียนฮู้  ไม่ยอมรับด้วยฮู้ที่เกิดจากการพิมพ์ด้วยนัยยะทั้งปวง  ด้วยถือว่าฮู้ที่เกิดจากการพิมพ์ถือเป็นโมฆะ  (ไม่ใช่เพราะสมัยก่อนไม่มีการพิมพ์  ชาวจีนเป็นชนชาติแรกในโลกที่รู้จักการพิมพ์  โดยเริ่มมีการพิมพ์ตั้งแต่สมันราชวงศ์ถัง)  ที่มาของฮู้ในรูปลักษณ์ต่างๆนั้น  เชื่อกันว่า  มีที่มา 3 ประการคือ

 

1.  ได้รับการถ่ายทอดจากเทพเจ้า

2.  เกิดจากการจำลองภาพปรากฏการณ์ของเทหวัตถุบนท้องฟ้า  และ

3.  มาจากภาพนิมิตในการปฏิบัติสมาธิของนักพรตในศาสนาเต๋า

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:26 ] User

ทั้งนี้เรายังสามารถแบ่งประเภทของฮู้  ออกตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน  ได้เป็น 10 ประเภท คือ

 

1.                    ใช้เพื่อเคารพบูชาโดยถือเป็นสิ่งแทนองค์เทพเจ้า

2.                    ใช้เพื่อการรักษาโรค  ตลอดจนถึงการรักษาบาดแผล

3.                    ใช้เพื่อการไล่ผี  หรือไล่สิ่งอัปมงคล  ตลอดจนถึงการสเดาะเคราะห์

4.                    ใช้เพื่อการคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย

5.                    ใช้เพื่อการขอโชคลาภให้ร่ำรวย  หรือประสบความสำเร็จในธุรกิจ

6.                    ใช้เพื่อการสอบ, การแข่งขัน ตลอดจนถึงการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง

7.                    ใช้เพื่อให้มีมนุษย์สัมพันธ์ดี (มีเสน่ห์) ,ให้มีชื่อเสียง  ตลอดจนถึงการทำให้คนรักกัน (ทำเสน่ห์) หรือทำให้คนเกลียดกัน

8.                    ใช้เพื่อการทำร้าย  หรือฆ่าคน

9.                    ใช้เกี่ยวกับการจัดชัยภูมิ (ฮวงจุ้ย)

10.               ใช้เพื่อการฝึกวิชาของนักพรตในศาสนาเต๋า







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:27 ] User

และยังสามารถแบ่งประเภทของฮู้  ตามลักษณะของวิธีการใช้งาน  ได้เป็น 7 ประเภท  คือ

 

1.  นำฮู้ผกติดตัวตัว

2.  นำฮู้เผาไฟ  โดยแบ่งออกเป็น 

2.1   เผาแล้วเอาเถ้าผสมยากิน

2.2   เผาแล้วเอาเถ้าผสมน้ำดื่ม

2.3   เผาแล้วเอาเถ้าผสมน้ำอาบ (ร่างกาย) หรือ ทำความสะอาด (สิ่งของ)

2.4   เผาแล้วเอาเถ้าผสมน้ำใส่ปากแล้วพ่น

2.5   เผาต่อหน้าคน

2.6   เผาในที่กลางแจ้ง

2.7   เผาในขณะที่ทำพิธี

3.  ปล่อยฮู้ให้ลอยน้ำไป

4.  นำฮู้ไปติดตามที่ต่างๆ (เช่นติดบนประตูบ้าน)

5.  นำฮู้ไปซ่อนหรือเก็บไว้ตามที่ต่างๆ

6.  นำฮู้ไปต้ม (โดยมากมักนำไปต้มร่วมกับยาสมุนไพรจีน)

7.  นำฮู้มากินโดยการกลืนลงไป







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:28 ] User

ในปัจจุบันมีผู้ศึกษาวิชาเขียนฮู้มากขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งนี้เพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น  ทำให้ผู้ที่สนใจศึกษาก็มีเพิ่มขึ้นด้วย  อีกประการหนึ่งคือในปัจจุบันจะพบว่าวิชาแขนงนี้มีการเปิดตัวมากขึ้นไม่ปิดบังเหมือนดังแต่ก่อน (แต่ก็ยังไม่เปิดทั้งหมด)  โดยผู้ศึกษานั้นก็มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป  บ้างก็ศึกษาเพราะสนใจในด้านนี้  บ้างก็เพื่อต้องการสืบทอดวัฒนธรรม  บ้างก็ศึกษาเพื่อต้องการเป็นผู้วิเศษ  บ้างก็ต้องการศึกษาเพื่อทดลองดูว่าจริงหรือไม่  บ้างก็ต้องการเพื่ออวดตนว่าเป็นผู้รู้  แต่ทั้งนี้ไม่ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด  สิ่งที่ผู้ศึกษาจะต้องตระหนักคือ  เมื่อเริ่มศึกษาจะด้วยเหตุผลใดไม่สำคัญ  แต่เมื่อเริ่มศึกษาแล้วมีวัตถุประสงค์เดียวคือ  เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์  ไม่เช่นนั้นแล้วฟ้าดินจะลงทัณฑ์อย่างแน่นอน  โดยทั่วไปผู้ศึกษาวิชาแขนงนี้มีกฎพึงปฏิบัติดังต่อไปนี้ (ทุกสำนักและทุกสาย)







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:29 ] User

1. ต้องซื่อสัตย์และกตัญญู  เหตุที่จัดเรื่องนี้ไว้เป็นอันดับแรกเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด  “ซื่อสัตย์และกตัญญู” คำนี้ใครก็พูดได้  แต่ทำกลับไม่ง่ายนัก  เอาเข้าจริงความหมายของคำนี้  สำหรับคนในยุคปัจจุบันกับคนสมัยก่อนก็ต่างกันมาก  คนสมัยนี้มีอิสระมีความคิดเป็นของตนเอง  ซึ่งเมื่อเทียบกับคนสมัยก่อนนับว่าต่างกันมาก  ไม่ว่าจะเป็นคำสอนหรือคำสั่งของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่  คนสมัยก่อนมีหน้าที่ปฏิบัติตามสถานเดียว  ไม่มีสิทธิ์ที่จะบ่ายเบี่ยง  หรือจะละเมิดด้วยเห็นว่าไม่สมควรแก่เหตุ  ไม่มีสิทธิ์แม้จะสงสัย  คนจีนนั้นเรียกอาจารย์ว่า “ซูฮู” 《师父》 (จีนกลางออกเสียงว่า “ซือฟู่”) ด้วยอรรถว่า เปรียบอาจารย์ประดุจดังบิดา 《以师为父》  ว่าถ้าศึกษาจากอาจารย์ที่เป็นคน  ก็ต้องฟังคำสอนของอาจารย์  สอน  เราไม่มีสิทธ์แม้แต่จะคิดว่าสิ่งที่ครูอาจารย์สอนสั่ง  หรือความประพฤติของท่านจะถูกหรือผิด และไม่แสวงหาสิ่งที่นอกเหนือจากอาจารย์   ว่าถ้าจะมีก็ต้องขอ  และได้รับอนุญาตจากอาจารย์ก่อน  ในกรณีที่จะศึกษาจากอาจารย์อื่นเพื่อต่อยอด  จะต้องเรียนให้อาจารย์ท่านเดิมรับทราบก่อนด้วย  ส่วนผู้ที่ศึกษาจากตำราด้วยตนเอง  ตำราก็คืออาจารย์ให้กราบไหว้  นั่นคือในทางปฏิบัติ  แต่โดยจิตสำนึกคือการกราบไหว้พระคุณของบูรพาจารย์ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น นี่เป็นประเด็นที่ผู้ศึกษาจะต้องตระหนัก  ว่าหาไม่แล้วจะต้องพบความวิบัติอย่างรวดเร็ว  แน่นอนว่าการเคารพครูอาจารย์ของตนเป็นสิ่งที่ดี  แต่ก็ไม่ควรดูถูกเหยียดหยามในความรู้ของผู้อื่น  ว่าโดยความจริงวิชาทุกสาขาในโลกนี้มีการสืบทอดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน  แตกแขนงเป็นหลายสาขาหลายสาย  การที่จะมีแนวคิด  ตลอดจนถึงข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันย่อมเป็นไปได้  จึงถือเป็นความหลายทางวิชาการ  และวัฒนธรรม  ไม่ควรที่จะนำมาเป็นประเด็นที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง  หรือโจมตีซึ่งกันและกัน  บางคนนั้นพอไม่มีความรู้ก็เหมือนลูกแมว  พอมีความรู้เข้าหน่อยก็เหมือนเสือ  เริ่มมีเขี้ยวมีเล็บ  ก็เริ่มไล่กัดผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง  เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ศึกษาพึงตระหนักอย่างยิ่ง

2.ทรลักษณ์  อกตัญญู  เนรคุณ  ไม่เชื่อฟังคำสอนครูอาจารย์  และใช้ฮู้ส่งเดชไม่สมควรแก่เหตุ  ฟ้าดินลงโทษ  อายุจะสั้น

3. เรียนวิชาด้วยใจไม่ซื่อ  ภัยจะมาถึงตัว

4.ต้องถือศีลกินเจในทุกวันขึ้น 1 ค่ำและ 15 ค่ำจันทรคติจีน

5.ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในวันขึ้น 1 ค่ำและ 15 ค่ำจันทรคติจีน (ถ้ามีคู่ครองต้องแยกห้องนอน)

6.หมั่นสร้างกุศลทุกชนิด  ห้ามฆ่าสัตว์  มีโอกาสควรปล่อยสัตว์

7.ห้ามกินเนื้อ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น ปลาไหล, กบ, เต่า, ตะพาบ, งู  ห้ามกินเนื้อสัตว์ใหญ่  เช่น  วัว, ม้า, และห้ามกินเนื้อสุนัข

 

โดยการเขียนฮู้นั้นจะต้องมีอุปกรณ์ที่สำคัญดังต่อไปนี้

 

1.พู่กัน

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:31 ] User

2.หมึกจีน โดยมีชนิดหมึกแท่ง  และน้ำ  (บางคนอนุรักษ์นิยมจะนิยมใช้แบบแท่งนำมาฝนกับน้ำในจานหมึก  โดยบางสำนักจะมีคาถาภาวนา ขณะฝนหมึก)

 

หมึกจีนชนิดแท่ง

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:32 ] User

หมึกจีนชนิดน้ำ

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:33 ] User

3.ผงชาด 《朱砂》

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:34 ] User

4.แป้นหมึก 《砚》

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:35 ] User

5.กระดาษสำหรับเขียนฮู้

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:36 ] User

โดยมากจะใช้หมึกจีน  และใช้กระดาษสีเหลืองในการเขียนฮู้  รองลงมาคือ  การดาษสีแดง  นอกจากนี้ยังมีการใช้กระดาษ 5 สี  คือ แดง, ขาว, ดำ, เขียว  และ เหลือง  ในการเขียนฮู้  อันเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของธาตุทั้ง 5 โดยมากมักจะใช้กับฮู้ประเภทประจำทิศ   ขณะที่ชาวจีนแต่จิว《潮州》 จะนิยมใช้กระดาษสีเขียวในการเขียนฮู้   โดยทั่วไปแล้วฮู้ที่ไม่มีการระบุว่าต้องใช้กระดาษสีใด  และใช้อะไรเขียน  ก็จะใช้กระดาษเหลืองและหมึกจีน (หมึกดำ) ในการเขียนฮู้   ขนาดของกระดาษในการเขียนฮู้โดยมาก  จะเป็นรูป 4 เหลี่ยมผืนผ้า  ไม่มีการกำหนดขนาดตายตัว ยกเว้นฮู้บางชนิดที่กำหนดขนาดชัดเจนว่า  ต้องใช้ขนาดเท่าใด  (โดยทั่วไปในกรณีที่ไม่ระบุ  จะมีขนาดประมาณ 8 x 25 เซนติเมตร)  ทั้งนี้อาจมีการประยุกต์ใช้ไม้วัดเหวินกง  《文公尺》 ประกอบ  เพื่อใช้วัดหาขนาดที่เป็นมงคล  อย่างไรก็ตามก็มีบางสำนักที่กำหนดขนาดของกระดาษอย่างชัดเจน  ส่วนพู่กันนั้นบางสำนักจะแยกออกเป็น 2 ชนิดคือ พู่กับบุ๋น (ใช้เขียนหมึกจีน)  และพู่กันบู๊ (ใช้เขียนผงชาดหรือจูซา)  ซึ่งโดยทั่วไปถือตรงกันว่าพู่กัน  และจานหมึกที่จะนำมาเขียนใช้ในฮู้   จะต้องไม่นำมาปะปนกับการใช้งานด้านอื่น  และไม่ควรผ่านการใช้งานด้านอื่นมาก่อน







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:37 ] User

การเขียนฮู้นั้นจะต้องเขียนในช่วงเวลาจื้อซี้  《子时》 (ภาษากลางออกเสียง “จื่อสือ” คือเวลา 23.00 -  01.00 น.)  เพราะช่วงดังกล่าวเป็นเวลาที่สงัด  ปราศจากสิ่งรบกวน  และเป็นช่วงที่ธาตุอินและธาตุหยางเปลี่ยนถ่าย  แต่ถ้าสุดวิสัยก็สามารถเขียนในเวลาอื่นได้  แต่ไม่ควรทำโดยไม่จำเป็น  เชื่อกันว่าการเขียนฮู้ในวันที่มีฤกษ์ดีจะช่วยเพิ่มพลังของฮู้ได้มาก  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้บังคับตายตัวว่าต้องรอฤกษ์ดี  มีเพียงบางสำนักเท่านั้น  ที่กำหนดว่าต้องรอฤกษ์  แต่ยกเว้นการเขียนตั่วฮู้เท่านั้นที่บังคับว่า  ต้องหาฤกษ์ดี  อย่างไรก็ตามใน 1 ปี มี 4 วันที่ปรมาจารย์สั่งว่าห้ามเขียนฮู้  ไม่ว่าในวันนั้นฤกษ์จะดีขนาดไหนก็ตาม  คือ  ขึ้น 9 ค่ำเดือน 3, ขึ้น 2 ค่ำเดือน 6, ขึ้น 6 ค่ำเดือน 9  และ  ขึ้น 2 ค่ำเดือน 12  จันทรคติจีน 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:38 ] User

ในการเรียนเริ่มต้นนั้น  ไม่ว่าเรียนจากตำรา  หรือกับครู  สิ่งที่ต้องมีเหมือนกันคือ  การไหว้ครู  ในเรื่องของสิ่งของที่จะนำมาไหว้นั้น  ก็จัดตามความสามารถ  ในกรณีที่ฐานะทางการเงินไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องมาก (แม้ว่ารวยก็ไม่ควรสิ้นเปลือง)    แต่อย่างน้อยที่สุด  ก็ควรจะมีธูป, เทียน  และน้ำชา  ต่อจากนี้ก็เป็นรายละเอียดของแต่ละสำนัก   ซึ่งมีวิธีที่อาจเหมือน, คล้าย  จนกระทั่งแตกต่างกันไป  เช่นสำนักคุนหลุน 《昆仑派》 เมื่อไหว้ครูจะต้องหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้  เพราะเชื่อว่า  ปรมาจารย์ของสำนัก  เป็นดวงดาวที่สถิตอยู่บนท้องฟ้าในทิศดังกล่าว  บางสำนักเมื่อเริ่มเรียนจะต้องเขียนฮู้สาบาน  ฮู้ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายใบสมัคร  โดยเป็นฮู้ใบแรกที่จะเขียนในชีวิต  เขียนขึ้นเพื่อปฏิญาณตนว่าจะเป็นศิษย์ของสำนัก และจะเขียนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  เมื่อทำพิธีเสร็จสิ้น  จะเผาฮู้สาบานนี้ไปให้ปรมาจารย์  จึงจะถือว่าเป็นศิษย์อย่างสมบูรณ์  การไหว้ครูนี้สำคัญมาก  เชื่อกันว่าถ้าเกิดข้อผิดพลาด  คนที่ไหว้ครูถูกต้องจะได้รับการคุ้มครองจากปรมาจารย์  โดยในเรื่องของปรมาจารย์นั้น  ทุกสำนัก (โดยเฉพาะในภาคกลางจนถึงภาคใต้ของประเทศจีน)  จะมีปรมาจารย์สูงสุดเหมือนกัน  คือเทพปรมาจารย์ซำเช็ง 《三清》  (อ่านเรื่อง “ซำเช็ง”ประกอบ http://www.phuketvegetarian.com/borad/data/4/0117-1.html  )  แต่ในทางปฏิบัตินั้นบางครั้งเราจะพบว่ามีการให้ความสำคัญ  กับปรมาจารย์ของแต่ละสำนักมากกว่า




[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:39 ] User

.







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:41 ] User

ในการเขียนฮู้นั้นต้องมีสมาธิ  (ผู้เรียนวิชาแขนงนี้ต้องฝึกนั่งสมาธิด้วย)   และมีกฎว่าห้ามพูดคุยกับใครขณะเขียนฮู้   (บางสำนักมีการฝึกโดยการให้ผู้เขียนอมน้ำขณะเขียนฮู้)  ฮู้ที่ดีไม่จำเป็นต้องสวย  เพราะไม่ได้เขียนส่งประกวด   และไม่ได้กำหนดว่าการเขียนต้องช้าหรือเร็ว  เป็นไปตามธรรมชาติตามแต่ที่ควรจะเป็น (ยกเว้นฮู้บางชนิดที่กำหนดว่าต้องเขียนให้เสร็จในชั่วอึดใจเดียว)  ที่สำคัญในทุกขั้นตอนของการเขียนฮู้   มีคาถากำกับชัดเจน  และในการเสกฮู้แต่ละชนิดจะมีคาถาเฉพาะของฮู้นั้นๆ  (ยกเว้นบางชนิดที่ไม่ได้ระบุว่าต้องใช้คาถาใด)  ไม่ใช่ฐานะที่ใครจะสักแต่เขียนๆวาดๆ  แล้วค่อยมาเสกคาถาทีหลัง  ปัจจุบันมีการว่าจ้างให้คนเขียนฮู้   แล้วนำไปให้ร่างทรง (ตั่งกี) ลง  ซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่ค่อยถูกต้องนัก  ฮู้ที่เขียนผิดพลาด, ไม่สมบูรณ์, ผิดขั้นตอน  เรียกว่า “กุ้ยฮู้”   《鬼符》(ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า “กุ่ยฝู” แปลว่า “ยันต์ผี”) โดยมีภาษิตว่า  “ไม่เพียงไม่อาจสำแดงฤทธิ์  แม้ภูตผีก็ยังเย้ยหยัน”  อนึ่งในการสวดคาถานั้นจะสวดเสียงดัง – เบา, สวดช้า – เร็ว หรือจะสวดด้วยภาษาจีนสำเนียงใดไม่ใช่ปัญหา   ของเพียงมีสมาธิก็เป็นอันใช้ได้ 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:42 ] User

ในการเขียนฮู้นั้นยังมีองค์ประกอบอันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจอีก 3 อย่างคือ ตราประทับ, มุทรา และการเดินดารา 

 

ตราประทับเป็นอุปกรณ์ที่ศาสนาเต๋า  ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบราชสำนักของจีนในสมัยโบราณ  เพื่อเป็นใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ  โดยตราแกะเป็นชื่อตามเทพเจ้าตามที่ต้องการ  แล้วนำมาประทับลงบนฮู้  (ในการประทับนี้บางแห่งจะมีคาถากำกับ) วัสดุที่นำมาสร้างก็มีหลากหลายอาทิเช่น  หยก, หิน, ไม้  ฯลฯ  โดยในส่วนของไม้ที่นำมาทำนั้น  มีไม้จากต้นท้อ 《桃树》และต้นหลิว  《柳树》ซึ่งศาสนาเต๋าเชื่อว่าไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์  ขณะที่บางแห่งจะใช้ไม้จากต้นส้ม  ทั้งนี้เพราะเสียงคำว่าส้ม  《桔树》  พ้องเสียงกับคำว่า “จี๋” 《吉》 ที่แปลว่า “ศิริมงคล”  ในส่วนของตราประทับนี้  ยังมีรายละเอียดบางประการซึ่งไม่ขอกล่าวในที่นี้

 

ตราประทับ

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:44 ] User

หมึกที่ใช้ประทับ  (ทำจากชาดมีลักษณะเป็นขี้ผึ้ง  หรือน้ำมัน)

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:45 ] User

“มุทรา”  《手印》 คือ  การทำมือในลักษณะต่างๆ  เป็นสัญลักษณ์ประจำองค์เทพ  โดยเทพแต่ละองค์นั้นมุทราที่แตกต่างกันไป  การกระทำมุทราในขณะทำพิธี  เป็นการแสดงสัญลักษณ์แห่งอำนาจ  ประหนึ่งองค์เทพได้มาประกอบพิธีด้วยตนเอง  คำว่า “มุทรา” นั้นเป็นคำที่คนรุ่นหลังได้อนุวัตรเรียกตาม  พุทธศาสนานิกายมหายาน  และวัชรยาน  โดยศาสนาเต๋าจริงๆแล้วจะไม่ใช้คำนี้  แต่จะใช้คำว่า “ดรรชนี”   《指》โดยดรรชนีในศาสนาเต๋า  มีทั้งที่เหมือนและต่างกันกับพระพุทธศาสนา  อย่างไรก็ตามศาสนาเต๋าแม้จะมีดรรชนี  แต่ไม่เน้นในเรื่องนี้มากนัก  โดยจะเน้นที่ฮู้  《符》 และจิ่ว 《咒》 (คาถา) มากกว่า  ซึ่งต่างพุทธศาสนามหายานและวัชรยาน  ที่จะเน้นที่จิ่ว 《咒》 (คาถา) และมุทรา 《手印》  แต่จะไม่เน้นเรื่องยันต์  ทั้งนี้ดรรชนีที่ใช้ในศาสนาเต๋าเองมีอยู่หลายท่า  แต่ที่ใช้เป็นประจำจะมีประมาณ 10 ท่า (ทั้งแบบใช้ 2 มือและมือเดียว)  โดยในขั้นตอนการเสกฮู้จะใช้เพียง 2 ท่า คือ ดรรชนีกระบี่  《剑指》และ ดรรชนีวัชระ 《金刚指》(ดรรชนีวัชระนี้นำมาจากพุทธศาสนาวัชรยาน)  ดังนี้

 

ดรรชนีกระบี่  《剑指》







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:46 ] User

ดรรชนีวัชระ 《金刚指》

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:47 ] User

“การเดินดารา”  《步罡》 คือการก้าวย่างตามตำแหน่งดวงดาว  ของกลุ่มดาวบนท้องฟ้า  ในขณะทำพิธี  ทั้งนี้เพื่ออาศัยพลังของดวงดาว  เพิ่มพลังเวทย์ให้กับผู้ประกอบพิธี  ซึ่งรูปแบบของการเดินก็มีหลายลักษณะ  ทั้งฮู้แต่ละแบบก็อาศัยการเดินดาราที่แตกต่างกันออกไป

 

ภาพตัวอย่างผัง “การเดินดารา” 《步罡》ประเภทหนึ่ง

ผังการเดินดารา 28 กลุ่มดาวฤกษ์ 《二十八宿步罡》

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:49 ] User

ปัจจุบันมีการพิมพ์ตำราออกเผยแพร่  ซึ่งตำราโดยมากเป็นของสำนักเทียนซือ 《天师派》รองลงเป็นของสำนักลู๋ซัว (ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า “ลฺวี๋ซาน”)  閭山派》โดยทั่วไปวิชาที่เผยแพร่เป็นวิชาสายธรรมะ (หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “สายขาว”) ส่วนสายอธรรม  (หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “สายดำ”)  นั้นเป็นสายปิด  คือมีการเผยแพร่น้อยมาก  ส่วนมากเป็นการเผยแพร่เฉพาะบุคคล  ไม่ถ่ายทอดกันในวงกว้าง  ซึ่งบางคนเรียกสายนี้ว่าสายมาร  แท้จริงแล้วการการเป็นพระหรือมารจะเป็นที่การแต่งกาย, วิชาความรู้  หรือโคตรตระกูลก็หาไม่  หากแต่อยู่ที่จิตใจ  บางคนสวดคาถาเทพ  แต่จิตใจไม่สะอาด  อุดมไปด้วยโลภะ, โทสะ   และโมหะ  นั่นคือมารอย่างแท้จริง  สิ่งที่ต้องตระหนักคือ  วิชาแขนงนี้มีไว้เพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิต  หาใช่เพื่อการแสวงหาลาภสักการะ, ชื่อเสียง  และไม่ได้มีไว้เพื่อการซื้อขาย  หรือแสวงหาเงินทอง  ว่าหาไม่แล้วละเมิดสิ่งที่บูรพาจารย์สอนสั่ง   จะต้องพบความวิบัติ, เป็นบ้า, อายุสั้น, ครอบครัวล่มสลายบ้านแตกสาแหรกขาด  ฯลฯ  อนึ่งวิชาแขนงนี้แต่เดิมเป็นวิชาของนักพรตผู้ทรงศีล  เป็นอนาคาริกคือไม่ครองเรือน  ผู้ที่ฝึกวิชานี้จะไม่ค่อยมีทรัพย์  ทำมาหากินไม่ค่อยขึ้น  ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่าตบะแก่กล้าแค่ไหน  ยิ่งวิชาแก่กล้ามากขึ้นเท่าไหร่  สภาพการณ์ดังกล่าวก็ยิ่งรุนแรงและชัดเจน  ในกรณีที่รุนแรงมาก  อาจจะต้องย้ายจากบ้านไปอยู่ศาลเจ้า

 

ตัวอย่างตำราที่มีการเผยแพร่

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:50 ] User

ซึ่งนอกจากการเขียนฮู้แล้ว  ในอดีตยังมีการสร้างฮู้ในรูปแบบเหรียญอีแปะจีน และในปัจจุบันมีผู้ผลิตฮู้ในรูปแบบต่างๆออกจำหน่ายอีกด้วย

 

ฮู้ในรูปแบบเหรียญอีแปะจีน

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:52 ] User

ฮู้ที่มีการผลิตเป็นที่ห้อยโทรศัพท์มือถือออกจำหน่าย

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:55 ] User

อย่างไรก็ตามการที่คนจะมีความสุขที่แท้จริง   หาใช่ฮู้ซึ่งเป็นวัตถุภายนอก  หากแต่อยู่ที่คุณธรรมที่เกิดจาก  กาย, วาจา และใจ   และการปล่อยวาง  ละคลายจากการยึดมั่นถือมั่น  ตลอดจนการลด, ละ, เลิกอกุศลทั้งปวง  จึงจะเป็นหนทางให้คน  พบกับความสุขสงบที่แท้จริง .......

 

 







[ da0_sanqing - 7/01/2009 - 18:56 ] User

 

 

จบบริบูรณ์

 

 




[ da0_sanqing - 15/02/2009 - 10:27 ] User

 

ถ้ารักจะเรียนก็ต้องขวนขวายครับ
 
ถ้าไม่เรียนกับครูก็ต้องหาหนังสือมาอ่าน
 
คาถาที่ถามถึงมีในหนังสือนะคับ
 
รายละเอียด  และขั้นตอน  ค่อนข้างชัดเจน
 
และก็ควรที่จะต้องอ่านภาษาจีนออก
 
เพราะตำราในภาษาไทย  ต่างคนต่างแปล  ถูกมั่งผิดมั่ง 
 
เรื่องเดียวกันแต่คนแปล 2 คน พอแปลออกมากลายเป็นคนละเรื่องกัน 
 
ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของภาษา
 
เพราะฮู้เป็นภาษาจีน  แต่เขียนจีนไม่เป็น  แล้วจะเขียนยังไง
 
หรือลากๆ วาดๆ เอา
 
วันนี้เขียนยันต์แก้หวัดกินกับน้ำลูกบัวแล้วหาย 
 
แล้วถ้าวันหน้าเป็นอีก  ทำเหมือนเดิมอีก  แล้วถ้ามันไม่หายละ
 
ที่หายจากหวัด  เพราะฮู้หรือน้ำลูกบัว
 
ส่วนเรื่องยันต์สาบานนี่จะมียันต์เฉพาะครับ
 
ไม่ใช่ยันต์อะไรก็ได้  แต่ไม่ได้บังคับตายตัว  บางสำนักบางสายก็ไม่มี
 
คือมีหลายสาย  หลายสำนัก  ไม่ได้มีมาตรฐานว่า  "แบบฉันถูก  ถ้าไม่ทำแบบฉันแล้วผิด"
 
บางครั้งการที่คนลองๆ ดู แล้วได้ผลบางทีก็เกิดปาฏิหาริย์อย่างน่าอัศจรรย์ 
 
ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถพบเห็นได้
 
แต่อัศจรรย์  ช่วยได้หนึ่งครั้ง  หรือหลายครั้ง  แต่ช่วยไม่ได้ทั้งชาติ
 
เพราะบางครั้ง ไม่ใช่ "คนเลือกวิชา"  หากแต่เป็น  "วิชาเลือกคน"
 
แต่ไม่ได้ตัดโอกาส  ขอเพียงตั้งใจต้องสำเร็จ 
 
แต่นั่นก็ต้องถามว่าอยากเรียนเพราะอะไร....
 
ถ้าเรียนเพื่อ "ช่วยเหลือผู้อื่น"  ผลย่อมไพศาล 
 
แต่ถ้าเรียนเพราะ "อยากเรียน"  หรือเพื่อ "ประโยชน์ของตนและพวกของตน"  ผลย่อมจำกัด
 
คำว่าครอบครูนี่เป็นคำของคนไทย  ที่จะเรียกว่า "ไหว้ครู"  , "ครอบครู"  หรืออะไรก็ได้สรุปก้คือ  จะเรียนก็ต้องไหว้ครู
 
ไหว้ครู  ไม่ใช่การกราบไหว้  เพียงเพราะ "ฉันอยากเรียน"  หากแต่ไหว้เพราะ "สำนึกในพระคุญของครูอาจารย์"
 
ซึ่งถ้าจะเรียนให้ถึงขั้นสูงจริง  ก็ต้องถามว่าระดับไหน
 
ถ้าสูงมาก  ไม่มีบ้าน  ไม่มีครอบครัว  ไปอยู่ตามศาลเจ้า  รับไหวมั๊ย?
 
วิชาพวกนี้เป็นเรื่องของใจ
 
ใจของผู้เรียน  เป็นสิ่งสำคัญ
 
ใจดี, ใจกว้าง, ใจสงบ  ผลย่อมบังเกิด
 
ซึ่งทุกอย่างเกิดจากใจ  ถ้าใจไม่ดี  เปล่าประโยชน์ที่จะพูดถึง คำพูดและการกระทำ
 
ซึ่งถ้าใจไม่ดี, ใจสับสน, ใจแคบ, ใจร้อน, ขี้โมโห  นั่นไม่ใช่พระแต่เป็นมาร
 
บางที่สวดคาถาเชิญเทพ  แต่เทพจริงๆไม่มา  ผีมาเต็มเลย
 
สรุปก็คือถ้ารักจะเรียนก็ต้องขวนขวาย  ต้องพยายาม  ไม่มีอะไรตกลงมาจากฟ้านะครับ  ต้องหาเอา
 
ต้องพยามครับ  ไม่ได้กวนนะครับ
 
แต่เป็นแบบนั้นจริงๆ .....




 
  Member ผู้โพส : da0_sanqing
สถานะ : สมาชิก

Reply : [ da0_sanqing ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
7/01/2009 - 18:17

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : ซันเซย์ - 9/01/2009 - 05:06 ] User

 อยากทราบว่าหนังสือที่ใช้อ้างอิงในการพิมพ์ใครเป็นคนแต่งหรือคะ

ไม่ทราบว่าหาซื้อหนังสือนี้ได้ที่ ซีเอ็ดบุ๊ค หรือเปล่าคะ

รบกวนช่วยตอบด้วยคะ อยากได้ต้นฉบับ 

หวังว่าไม่หวง เครติดหนังสือนะคะ




[ da0_sanqing - 10/01/2009 - 13:23 ] User

เป็นหนังสือหนังสือภาษาจีนคับ

แน่นอนว่าที่ se-ed ไม่มีคับ

บางส่วนหาดูได้ที่นานมี – เยาวราชคับ

ลองหาดูนะคับ

จะพูดงัยดี  ไม่ได้หวงนะคับ

แต่ไม่ได้ลอกหรือแปลมา

เปนการประมวล และสังเคราะข้อมูลคับ

คือมาหลายแหล่ง หนังสือฮู้ – หนังสือประวัติศาสตร์

บางอย่างก็มาจากประสบการณ์ตรง

ซึ่งข้อมูลพวกนี้   บอกตงๆว่า  ไม่มีอะไรที่เปนพิเศษ

หาหนังสือมามากๆ   เอามาอ่านก็จะทราบ

ที่สำคันคือการวิเคราะห์  และสังเคราะห์ข้อมูล  เอามาประมวล  อย่าไปคัดมา

หนังสือหลายเล่มที่มีรูปโพสในเวบนี้ (เวบอื่นไม่เคยไปหาดู -  อ้อผมเคยเหนในไฮ5ของบางคนด้วย )

ผมเองก็มี  แต่ตัวผมเองไม่เคยไปหาซื้อ  ของป๊าเค้า

สำคัญคือพอหาหนังสือคือ ข้อมูลมาแล้ว

อ่านให้ทั่วๆ  ทุกเนื้อหา  อย่าเน้นเฉพาะที่ตัวคาถา  และฮู้

ข้อมูลจำนวนไม่น้อย  อยู่ในหนังสือที่มีกันอยู่ทั่วๆไปนั่นเอง

บางทีเส้นผมบังภูเขา

อ้อ  ผมไม่แนะนำหนังสือฮู้ที่เปนภาษาไทยนะคับ

ผมเองคิดว่าผ่านตามาทุกเล่มแล้วไม่เวิคคับ

ถ้าจะเรียนทางนี้ก้อแนะนำว่าต้องอ่านจีนคับ

จีนไรก้อได้  รุเรื่องก้อพอ

ผมเองก้อหนอนหนังสืออ่ะ    ปฏิบัติไม่แม่น  คุยขำๆพอได้

วางได้เมื่อไร  ก้อหลุดพ้นเอง........ง


 
  No Image หัวข้อ : 0059-1 (No. 1)
ผู้โพส : ซันเซย์ สถานะ : สมาชิก

Reply Number 1 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 1
9/01/2009 - 05:06

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : เด็กฉ้ายตึ๋ง - 10/01/2009 - 16:58 ] User

เขียนได้ดี นะ เนื้อหาค่อนข้างครอบคลุม

ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์มาแล้วแล้ว

ดีมากมาย เน่อ ฮ่าๆๆๆ

อ้อ อีก อย่าง ลายมือหวัด สวยดีเน่อ ฮ่าๆๆๆๆ




 
  Member หัวข้อ : 0059-1 (No. 2)
ผู้โพส : เด็กฉ้ายตึ๋ง สถานะ : สมาชิก

Reply Number 2 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 2
10/01/2009 - 16:58

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : ซันเซย์ - 12/01/2009 - 07:09 ] User
ฮ่าๆ..โกมิก

ยอมปรากฎตัวแล้วหรอ ฮ่าๆๆๆ นึกว่าหายจากวงการไปแร้ว




 
  No Image หัวข้อ : 0059-1 (No. 3)
ผู้โพส : ซันเซย์ สถานะ : สมาชิก

Reply Number 3 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 3
12/01/2009 - 07:09

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0059-1 | ตอบ : 3 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


WYSIWYG form OTHER form     phuketvegetarian.com  
  แสดงความคิดเห็น ความรู้เรื่องฮู้  
      Cut Copy Paste Bold Italic Underline Left Justify Centre Justify Right Justify Unordered List Outdent Indent Add Hyperlink
PHP infoBoard v.5 PERFECT

 
Thailand Hotels | Phuket Hotels | Bangkok Hotels
2005 - 2006 Phuket Vegetarian Festival, Phuket Thailand
Contact : Tel:+ 66 1 569 9076
Power by Phuketport.com Team