PHP infoBoard v.5 PERFECT
phuketvegetarian.com
 
วิธีการใช้แส้ขนจามรีและแส้หางม้า

[ สมาชิก : kachaphod - 12/09/2009 - 01:19 ] User
ผมอยากทราบว่าการใช้แส้ขนจามรีและแส้หางม้าในพิธีใช้ยังไง วิธีใช้ ขั้นตอน ใช้เพื่ออะไร ครับ ถ้ามีใครรู้ช่วยบอกอย่างละเอียดด้วยนะครับ

suttavat@hotmail.com


 
  No Image ผู้โพส : kachaphod
สถานะ : สมาชิก

Reply : [ kachaphod ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
12/09/2009 - 01:19

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

  [ สมาชิก : da0_sanqing - 15/09/2009 - 10:32 ] User

ที่จริงว่าจะยังไม่ตอบ  แต่เดี๋ยวกระทู้ตกไปก็น่าเสียดาย  ขนาดคนที่ถามคำถามมายังติดเค้าไว้ก่อน  บอกเค้าว่าถ้าเว็บเสร็จจะตอบเค้า  แต่ดันมาตอบในนี้ก่อน  ถ้าน้องอ่านอยู่พี่ก็ขอโทษด้วย  ที่จริงไม่มีอะไรมากคือ  เรื่องที่น้องถามมันแตกประเด็นไปออกไปอีก  อยากจะเขียนให้มันครบๆ  ไม่อยากสุกเอาเผากิน  แต่รับรองเขียนแน่นอน  ต่อจากอันนี้ละ (ถ้าไม่มีเรื่องเขียนซวยเลย  คุยไว้เยอะ  T_T)

 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า  ผมทำเว็บใหม่  รวมรวบบทความที่เคยเขียนไว้แล้ว  พูดง่ายๆก็คือจะย้ายจากสเปซไปนะแหละ  คิดอยู่นานทำดีไม่ดี  คิดไปคิดมาก็ทำไปแล้ว  แรกๆ ก็คงไม่มีอะไรก็แค่ก็อบของเก่าจากสเปซไปลง  ต่อไปคงเขียนเรื่องที่หลากหลายมากขึ้น  นั่นหมายความว่าจะโพสที่เว็บผมที่เดียว  ส่วน Spaceslive, blog, multiply ก็จะไม่มีการอัพเดตอีกต่อไป  ส่วนเรื่องเกี่ยวกับศาสนาเต๋าและเรื่องที่ผมคิดว่าเกี่ยวข้อง  จะโพสที่นี่ ( http://www.phuketvegetarian.com  )และเว็บของผมเท่านั้น  เพราะถือว่าเป็นเครดิต  แม้ผมจะทำสเปซมาก่อน  และเขียนมาหลายบทความ  ใช้มาหลายชื่อ  แต่ต้องยอมรับความจริงว่า dao_sanqing แจ้งเกิดที่นี่  ก็ไม่ควรจะลืมที่เกิดของตน  ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั้งหลายควรทั้งหลายตระหนัก  พูดไปก็งง  เอาเป็นว่า  ถ้าใครสนใจก็ที่ http://www.yokipedia.com ก็แค่นั้น

 

เข้าเรื่องเถอะพล่ามมายาว

 

ก็ไม่มีอะไรมาก  แส้ (เขียนว่า “แส้” ไม่ใช่ “แซ่”) ขนหางจามรีคนจีนเรียกว่า  “ฝูเฉิน” 《拂尘》 แปลตามตัวอักษรเลยก็คือ “ไม้ปัดฝุ่น”แส้นี้แต่เดิมไม่ใช่ของจีน  เป็นคติที่มากจากศาสนาในอินเดีย  แต่เนื่องจากเป็นที่แพร่หลายและเก่าแก่มาก  เลยไม่ทราบว่าใครคิดกันแน่  แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่พุทธศาสนา  จุดประสงค์ของมันก็คือเอาไว้ “ปัดฝุ่น” (นั่นแหละ)  คือพวกโยคีในอินเดียเวลาไปไหนมาไหน  ก็ต้องมีไม้นี่ไว้ปัดแมลงตลอดเวลา  เพราะบางพวกแก้ผ้า, บางพวกไม่อาบน้ำ  พอมีแมลงตอมก็จะรำคาญมาก  ก็จะใช้ไม้นี่ปัดไล่แมลง  เพราะถ้าเอามือปัดเกิดโดนแมลงตาย  อ้าว...  บาป  ไม่ได้ๆ  ต้องใช้ไม้ปัด  ซึ่งธรรมชาติของแมลงพอมีอะไรไหวๆ  ก็จะบินหนีไปเอง  (ไม่เชื่อดูปัดแลงวันที่หมุนๆ ของแม่ค้าที่ตลาดได้)  แต่เนื่องจากโยคีไม่มีสมบัติติดตัว  (บางพวกไม่มีเสื้อผ้าด้วยซ้ำ)  ใครๆก็เลยเห็นพวกโยคีนีถือไม้นี่ติดตัวไปไหนมาไหน  ก็เลยคิดว่าไม้นี้เป็นสัญลักษณ์ของพวกโยคีไป  ซึ่งถ้าใครเคยไปเที่ยวอินเดีย  หรือเคยดูสารคดีก็จะพบว่า  ในปัจจุบันยังสามารถเห็นโยคีถือไม้นี่อยู่ซึ่งในความเป็นจริง ก็ไม่ได้มีเฉพาะพวกโยคีเท่านั้นที่ใช้  ชาวบ้านชาวช่องก็ใช้กันทั่ว (อินเดียอากาศร้อน  แมลงเยอะต้องเข้าใจ)  พวกคนมีสตางค์มีอำนาจก็มีพวกเด็กรับใช้ติดตามข้างๆ  คอยปัดแมลง, ไล่ยุง  เวลานั่งเวลานอน ฯลฯ จึงพัฒนาไปเป็นการที่เราเห็นพวกขันที  ถือไม้นี่คอยรับใช่ฮ่องเต้ในหนังจีนนั่นเอง  นอกจากใช่ไล่แมลง  ยังใช้ปัดที่หลับที่นอน  ข้าวของจิปาถะ 







[ da0_sanqing - 15/09/2009 - 10:33 ] User

เมื่อพุทธศาสนามหายานถือกำเนิดขึ้น  ก็รับเอาไม้ปัดฝุ่นนี่มาด้วย  ในวินัย (ศีลของพระ) ของมหายานก็มีกล่าวถึงไม้นี่เหมือนกันว่า  ใช้ในการปัดที่นั่งที่นอนของพระ  เพื่อไม่ให้นั่งหรือนอนทับแมลง  (สำหรับพระเถรวาทจะถือไม้ปัดฝุ่นนี่ไม่ได้  ถ้าถือจัดว่าต้องอาบัติ  เพราะถือว่าเป็นเครื่องประดับชนิดหนึ่ง อันนี่เล่าจากความจำ  ถ้าผิดขออภัย)  ซึ่งต่อมาภายในนักพรตเต๋าก็รับต่อจากพระมหายานไปอีกต่อหนึ่ง  จุดประสงค์ใช้งานก็เหมือนกันคือ  ปัดฝุ่นและไล่แมลง  ซึ่งจะมีใช้มากก็แต่ในสมัยก่อนเท่านั้น  สมัยนี้เจริญขึ้นมาก  มีห้องหับเรียบร้อย (หลายที่ติดแอร์ด้วยซ้ำ) จะมาปัดแมลงทำไม  ทุกวันนี้ที่มีใช้ก็แต่ในกิ้มซิ้น (รูปเคารพ), ภาพวาด  แล้วก็พวกม้าทรงเวลาเจ้าลง  แล้วก็ในหนังจีนกำลังภายใน  เวลาเราดูหนังจีนเห็นนักพรตชอบโบกแส้ผ่านหน้าตัวเอง  จนถือเป็นเอกลักษณ์นั้น  จริงๆ แล้วมาจากการปัดแมลงที่ตอมหน้าตัวเองนั่นเอง  พอทำบ่อยๆ กลายเป็นความเคยชินไป  และเป็นสัญลักษณ์ไป

 

ในพุทธศาสนามหายาน  นิกายที่เน้นไม้ปัดฝุ่น  ก็คือนิกายเซน (นิกายฌาน) โดยผู้ที่ถือไม้นี่ก็คือพระวินัยธร (คิดว่าสะกดถูก)  โดยถือเป็นกฎว่าเมื่อจะแสดงธรรมต้องถือไม้นี่  แต่ต่อมาสายโพธิสัตว์มรรค (แนวทางเพื่อการเป็นพระโพธิสัตว์) เจริญขึ้นมาก  ไม้นี่สำหรับพระมหายานจึงเลิกใช้ไป  เพราะพระโพธิสัตว์จะไม่บริโภคเนื้อสรรพชีวิต  ไม่อุปโภค (ใช้) ของที่ได้จากการเบียดเบียนสรรพชีวิต   นั่นหมายความว่าไม้ที่จากขนสัตว์คือจามรีก็ต้องเลิกไปโดยปริยาย  (พระมหายานจะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์  เช่นเครื่องหนัง, รองเท้าหนัง, ประคำที่ทำจากงาช้างหรือกระดูกสัตว์, สบู่ที่ทำจากไขมันสัตว์  โดยจะใช้เกลืออาบน้ำแทน  แบบที่สมัยนี้เค้าไปซื้อเกลือสปามาขัดผิวนั่นแหละ แต่ของพระจะใช้แต่เกลือไม่มีน้ำหอม)  

 







[ da0_sanqing - 15/09/2009 - 10:34 ] User

ในคัมภีร์เถรวาทกล่าวว่าจามรีรักขนที่หางมาก (ไม่รู้จริงรึเปล่า) ถึงขนาดกล่าวว่าถ้าวิ่งหนีเสือ  ถ้าหางไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ขณะหนี  ก็จะไม่รีบจะค่อยๆ แก้ปมหางที่เกี่ยวอยู่โดยไม่สนใจการมาของเสือร้าย  หมายความว่าถ้าจะเอาขนที่หางของจามรี  ก็ต้องฆ่าจามรี  นอกจากมนุษย์จะได้ประโยชน์จากจามรีโดยการรีดนมมาดื่มแล้ว  ยังมีการฆ่าเพื่อกินเนื้อด้วย  เนื่องจากมีถิ่นที่อยู่ในที่ราบสูงทิเบต  เพราะอากาศหนาว  จึงมีวิวัฒนาการให้ขนยาวขึ้นเพื่อปกป้องความหนาว  ในความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องไปใกลถึงทิเบต  บริเวณเสฉวนก็สามารถพบจามรีได้  ทั้งนี้เพราะมีชาวทิเบตบางส่วนอพยพลงมา  และได้นำพาจามรีลงมาด้วย  ซึ่งนอกจากนำเนื้อจามรีมาประกอบอาหาร  ยังมีการแปลรูปเป็นเนื้อกรอบและเนื้อแดดเดียวด้วย







[ da0_sanqing - 15/09/2009 - 10:34 ] User

โดยหลักๆ ขนที่จะนำมาทำแส้มีขนของสัตว์ 2 ชนิด  คือขนจากหางม้าและจามรี  เนื่องจากขนทั้ง 2 ชนิดนี้ขนาดยาวและคุณภาพดี  (ปัจจุบันมีการใช้เส้นใยสังเคราะห์มาทำ – ไนล่อน) ซึ่งนอกจากจะใช้ทำแส้แล้วยังใช้เป็นสายของคันชักซออีกด้วย  คันชักที่ทำจากชนดังกล่าวค่อนข้างแพงปัจจุบันมีการใช้ไนล่อนมาแทนที่  (ขนแท้หาซื้อได้ไม่ยาก  แต่แพงซักหน่อย)  นอกจากนี้ยังมีการนำมาทำขนของพู่กัน  ในปัจจุบันพู่กันของเครื่องสำอางค์ราคาแพงบางยี่ห้อก็ใช้ขนของจามรี







[ da0_sanqing - 15/09/2009 - 10:35 ] User

ในความเป็นจริงขนจามรีมีหลายสี  ดำ, น้ำตาล, ขาว  ฯลฯ  (แต่ไม่ขาวจั๊วะ  โดยมากที่ขาวมากๆ จะใช้สีฟอก)  คนจีนจะย้อมขนจามรีเป็นสีแดงแล้วผูกไว้ปลายทวน  เรื่องนี้มีมาแต่โบราณ (ปรากฏในนิยายอิงพงศวดารจีน  เรื่องอะไรนั้น  จำไม่ได้)  เชื่อกันว่าผีกลัว  และสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้  การปัดแซ่ขนจามรีก็เชื่อกันว่าขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ 







[ da0_sanqing - 15/09/2009 - 10:36 ] User

แรกเริ่มเดิมทีแส้ขนของจามรีมีไว้เพื่อใช้งาน  ต่อมาได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางประเพณีและวัฒนธรรม  จนพํฒนากลายเป็นเครื่องประดับ,  ของใช้ในศาสนา,  สัญลักษณ์แห่งมั่งมี, อำนาจ และราชศักดิ์  ฯลฯ  เรามักเห็นรูปเคารพเทพจีนที่ถือแส้จามรี  แม้แต่ในมหายานก็กล่าวว่าเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์  พระพรหมถือแส้ขนจามรี เสด็จตามคอยรับใช้พระพุทธเจ้า  ในความเป็นจริงนั้น  เทวภูมิ,  พรหมภูมิ  และโลกของเซียน  ไม่มีแมลงหรือฝุ่นละออง  จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้แส้ดังกล่าว  การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ถึงความบริสุทธิ์และอำนาจ

 

ในประเทศไทย  คนไทยเองก็ได้รับความเชื่อนี้มา  โดยปรากฏอยู่ใน 1 ในเครื่องราชูปโภคสูงสุดของพระมหากษัตริย์ไทย  คือเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์  ซึ่งก็คือ  จามรี (บ้างก็เรียกว่า “จามร” หมายถึง แส้ขนหางจามรี)  1 ในเครื่องราชูปโภค “วาลวีชนี”  ทว่าต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนจากขนหางของจามรีเป็นขนหางช้างเผือกแทน







 
  Member หัวข้อ : 0114-1 (No. 1)
ผู้โพส : da0_sanqing สถานะ : สมาชิก

Reply Number 1 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 1
15/09/2009 - 10:32

Add?  Name Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0114-1 | ตอบ : 1 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


WYSIWYG form OTHER form     phuketvegetarian.com  
  แสดงความคิดเห็น วิธีการใช้แส้ขนจามรีและแส้หางม้า  
      Cut Copy Paste Bold Italic Underline Left Justify Centre Justify Right Justify Unordered List Outdent Indent Add Hyperlink
PHP infoBoard v.5 PERFECT

 
Thailand Hotels | Phuket Hotels | Bangkok Hotels
2005 - 2006 Phuket Vegetarian Festival, Phuket Thailand
Contact : Tel:+ 66 1 569 9076
Power by Phuketport.com Team